เอาแล้วไง! อดีตผู้ว่าฯ แจ้งเอาผิดนักธุรกิจกลับ ปมกล่าวหาลวงเช่าเหรียญดัง
เอาแล้วไง! อดีตผู้ว่าฯ แจ้งเอาผิดนักธุรกิจกลับ ปมกล่าวหาลวงเช่าเหรียญดัง
ข่าวภูมิภาค

เอาแล้วไง! อดีตผู้ว่าฯ แจ้งเอาผิดนักธุรกิจกลับ ปมกล่าวหาลวงเช่าเหรียญดัง

ฟังข่าวนี้

จากกรณี นายปัญญา นักธุรกิจ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ในช่วงปี 2568 โดยกล่าวหาว่าได้หลอกลวงประชาชนให้หลงเช่าเหรียญรุ่น ครุฑรวยๆ ที่ปลุกเสกโดย “หลวงปู่ศิลา” เกจิชื่อดังแห่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คณะกรรมการเรี่ยไรจังหวัดกาฬสินธุ์เปิดรับบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเข้าใจว่าเหรียญดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดมทุนของจังหวัด อีกทั้งยังปรากฏหนังสือที่มีการขอความร่วมมือให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านช่วยซื้อเหรียญอย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 เหรียญ ขณะที่ต่อมา คลังจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้จัดสร้างเหรียญดังกล่าวเอง และรายได้ไม่ได้ถูกนำส่งเข้าบัญชีของจังหวัดแต่อย่างใด

ล่าสุด วันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทนายความซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายปัญญา ในข้อหา “แจ้งความเท็จ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายปัญญา เปิดเผยภายหลังทราบเรื่องว่า ถือเป็นเรื่องปกติเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะมีการดำเนินการจากทั้งสองฝ่าย โดยตนไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าความจริงจะปรากฏผ่านการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนการถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

นายปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินได้อย่างละเอียด ก็จะทำให้เห็นรูปแบบของคดีที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงพฤติการณ์ที่ตนกล่าวอ้างว่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด มีการหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อและมีการบังคับให้ซื้อเหรียญที่จัดสร้างขึ้นเอง โดยยังไม่ขอลงรายละเอียดในขณะนี้ พร้อมระบุว่าหากสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้อย่างครบถ้วน ก็จะทราบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง และขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของเรื่องต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากหัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ และเสมียนตราจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ได้รับแจ้งว่าทั้งสองคนเดินทางไปราชการต่างอำเภอ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวภายในศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า โครงการจัดสร้างเหรียญรุ่น ครุฑรวยๆ ไม่ใช่โครงการของจังหวัดกาฬสินธุ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเรี่ยไรเงินเพื่อก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 แต่อย่างใด ส่วนบัญชีที่ใช้รับโอนเงินค่าเช่าเหรียญก็เป็นบัญชีส่วนบุคคล ไม่ใช่บัญชีของจังหวัด

แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า การเรี่ยไรเงินเพื่อสมทบทุนก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กส 0017.3/ว 3823 ซึ่งเป็นการเรียกประชุมคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรจังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2568 โดยมีอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นผู้ลงนามเรียกประชุม และมีคณะกรรมการจากหน่วยงานราชการ รวมถึงภาคเอกชนเข้าร่วมพิจารณา

ต่อมา สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ยื่นคำขออนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไรต่อคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อระดมทุนสำหรับก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนที่ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด จะออกหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ กส 0017.3/ว 4242 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคผ่านบัญชี “เรี่ยไรเพื่อสมทบทุนในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5” ของธนาคารกรุงไทย สาขากาฬสินธุ์ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568

แหล่งข่าวระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทางปกครองของจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างถูกต้อง โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าได้รับเงินบริจาคจาก “หลวงปู่ศิลา” เพียงส่วนเดียวกว่า 3.9 ล้านบาท ยังไม่รวมยอดเงินจากการเรี่ยไรในส่วนอื่น

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยืนยันว่า เหรียญรุ่น ครุฑรวยๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเรี่ยไรของจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องจากเป็นการจัดสร้างโดย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นการส่วนตัว ขณะที่เงินจากการเช่าเหรียญไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของจังหวัด แต่เป็นการโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคล

ด้าน นางศรันยา บุญปราณีต คลังจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจัดสร้างเหรียญรุ่น ครุฑรวยๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินของจังหวัดอย่างแน่นอน โดยเป็นการดำเนินการของ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด เพียงฝ่ายเดียว ส่วนรายได้จากการเช่าเหรียญก็ไม่ได้เข้าสู่บัญชีของคลังจังหวัดแต่อย่างใด และตนไม่ทราบยอดเงินทั้งหมด รวมถึงไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้ที่ใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ