ชาวบ้านและญาติสุดทนพฤติกรรมชาย อายุ 53 ปี ในพื้นที่ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ที่มักดื่มสุราจนมึนเมาแล้วก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยาและแม่ที่ชราและมีอาการหลงลืมจนใบหน้าฟกช้ำ แม้ที่ผ่านมาจะมีการแจ้งความและทำบันทึกข้อตกลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เพื่อให้โอกาสปรับปรุงตัว แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังคงละเมิดข้อตกลงและใช้ความรุนแรงซ้ำซาก จนครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดระแวง
ลูกสาวของผู้ก่อเหตุ เผยว่า พ่อมีนิสัยอารมณ์ร้อนเป็นทุนเดิม เมื่อดื่มเหล้าจะยิ่งโมโหง่ายและด่าทอ ทำร้ายร่างกายคนในบ้าน โดยเฉพาะย่าและแม่ของตน พ่อมักจะอาศัยจังหวะที่คนอื่นออกไปทำงาน เหลือเพียงคนแก่และผู้หญิงอยู่บ้านในการลงมือ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสภาพจิตใจของย่าในตอนนี้มีแต่ความหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกชายตัวเอง
ที่ผ่านมาครอบครัวเคยแจ้งความมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยเจ้าหน้าที่พยายามไกล่เกลี่ยและทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 4 ข้อ ซึ่งระบุชัดเจนว่าหากผู้ก่อเหตุกระทำรุนแรงซ้ำอีกจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 และดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด แต่สุดท้ายพ่อก็ยังละเมิดข้อตกลง จนตนเองเกิดคำถามว่าต้องรอให้คนในบ้านตายก่อนใช่ไหมถึงจะจัดการได้ จึงตัดสินใจร้องสื่อเพื่อขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ต่อมา ผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเทพนคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ ภายในห้องนอนชั้นล่างพบแม่ผู้ก่อเหตุ ใบหน้าด้านซ้ายปูดบวมเขียวช้ำอย่างเห็นได้ชัดจากการถูกทำร้าย ขณะที่สามีของหญิงชราก็นอนป่วยติดเตียงอยู่ใกล้ๆ โดยไม่สามารถช่วยเหลือหรือปกป้องภรรยาได้
ด้านผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าตนเองดื่มเหล้าจริงแต่ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยทำร้ายแม่และภรรยาตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมอ้างว่าตนเองดูแลแม่เป็นอย่างดีมาโดยตลอด และมองว่าสิ่งที่ชาวบ้านพูดเป็นการใส่ร้าย นอกจากนี้ยังท้าทายเจ้าหน้าที่ว่าหากอยากจับติดคุกก็ให้มาจับได้เลย แม่จะได้ไม่มีคนดูแล