วันที่ 10 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. พยุห์ จ. ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุลูกใช้อาวุธมีดทำร้ายแม่ เสียชิวิตหน้าบ้าน พื้นที่ ต. โนนแพ็ก อ. พยุห์ จ. ศรีสะเกษ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน จุดพยุห์ เข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 62 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้าน บริเวณศรีษะ คอด้านหลัง และใบหน้า มีรอยถูกของมีคมฟันหลายจุด ใกล้กันพบมีดปังตอ 1 เล่ม และมีดอีโต้ อีก 1 เล่ม ตกอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ได้ ก่อนจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
หญิง อายุ 42 ปี ลูกสาวของผู้ตาย และเป็นพี่สาวคนโตของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตอนแรกผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ตรงสระน้ำที่อยู่ตรงข้ามบ้าน หลังจากนั้นก็วิ่งเข้ามาในบ้าน แล้วบอกว่ามีบริวารอยู่ในบ้านเต็มเลย แม่ก็ออกจากห้องมา ตนก็เดินออกมาดู ผู้ก่อเหตุไปหยิบมีดในครัว แล้วก็ตะลุมบอนกันกับแม่ ตนจะเข้าไปห้าม แต่ผู้ก่อเหตุก็เงื้อมีดจะฟันตน จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ใช้มีดฟันแม่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ต่างคนต่างเอาตัวรอด
ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาท ต้องรับยาจาก รพ. เป็นประจำ แต่ช่วงหลังผู้ก่อเหตุไม่ไปรับยา และขาดยามาประมาณ 2 เดือน ผู้ก่อเหตุชอบพูดคนเดียว พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร ในครั้งนี้ก็พูดแค่ว่ามีบริวารอยู่ในบ้านและก่อเหตุฟันแม่เลย ตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับครอบครัว
ส่วนเรื่องเสพยาไหม ตนไม่ทราบ แต่อาจจะมีเรื่องสุรา ซึ่งพอเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตนก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก ยังทำใจไม่ได้ และยังไม่สามารถให้อภัยผู้ก่อเหตุได้ อยากให้ตำรวจขังไปตลอดชีวิต ไม่ต้องให้ออกมาเลย เพราะออกมาก็จะมาเป็นภัยสังคมอีก หญิง อายุ 54 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า หลานมาบอกตน ตนจึงวิ่งออกมาดู ก็เห็นผู้เสียชีวิตนอนฟุบอยู่ที่พื้นแล้ว ตนวิ่งไปหยิบมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แล้วก็ได้ทุบตีผู้ก่อเหตุไปบ้าง ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ตอบโต้ และนั่งกราบอยู่ที่ร่างแม่
ผู้ก่อเหตุไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน อาจจะมีอาการทางประสาท เคยไปบำบัดมาแล้ว อาการก็ดีขึ้น แต่เป็นคนชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ มักมาขอเงินตนครั้งละ 10-20 บาท ตนก็ให้ไป แต่ช่วงหลังดื่มไม่หยุด ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นตนไม่ทราบ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ชาย อายุ 55 ปี เล่าว่า ตนมาถึงที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตก็แน่นิ่งไปแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังใช้มีดทำร้ายที่ใบหน้าของผู้เสียชีวิตอยู่ หลานของตนจึงได้เข้าไปห้ามก่อนจะพาไปสงบสติอารมณ์ ผู้ก่อเหตุมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวชอยู่แล้ว ซึ่งจากที่ตนทราบ คาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการเสพยา และมักแต่งเรื่องหลอกขอเงินจากผู้อื่น ครั้งละ 10-20 บาท อีกทั้งปัญหายาเสพติดในชุมชนแห่งนี้มีจำนวนมาก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยปราบปรามอย่างจริงจัง ให้หมดไปสักที