พลทหารพาพวกเคลียร์ปัญหา ชักปืนยิงอริสิ้นใจ ตร.รวบได้ 7 คน มือปืนสารภาพ
ข่าวภูมิภาค

พลทหารพาพวกเคลียร์ปัญหา ชักปืนยิงอริสิ้นใจ ตร.รวบได้ 7 คน มือปืนสารภาพ

วันที่ 7 เม.ย.69 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงกันบริเวณหน้าบ้าน พื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายพงศกร หรือกอล์ฟ อายุ 29 ปี ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พบถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้ายเหนือราวนม 1 นัด

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.12 น. มีกลุ่มวัยรุ่นยืนคุยกันอยู่หน้าบ้านพัก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน แล้วหนึ่งในนั้นที่ยืนคุมเชิงชักปืนออกมายิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีปัญหาขัดแย้งกับ นายปีเตอร์ ซึ่งเป็นสามีใหม่ของอดีตภรรยาของผู้เสียชีวิต คาดว่าทั้งสองฝ่ายนัดพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ตกลงกันไม่ได้ ก่อนเหตุจะบานปลายจนมีผู้เสียชีวิต

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 เม.ย. ตำรวจ สภ.หนองหาน ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย 7 ราย มาสอบปากคำ หนึ่งในนั้นคือ พลทหารสิทธิพล หรือกล้า อายุ 24 ปี สังกัดค่ายแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี รับว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิง นายพงศกร พร้อมของกลางอาวุธปืนแบงก์กันดัดแปลงใช้กระสุนขนาด 9 มม. โดยรับว่า ตั้งใจจะแค่ขู่แต่ปืนเกิดลั่น ซึ่งตนขัดแย้งกับผู้เสียชีวิตมานานแล้วจากเรื่องในอดีต

ด้านแม่ของ พลทหารสิทธิพล ระบุว่า ลูกชายมายอมรับว่าคนก่อเหตุ โดยมีปัญหากันมานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุไปเที่ยวหาดพัทยา 2 กับเพื่อน และพบคู่กรณีกำลังยืนคุยกันอยู่บนถนนกลางหมู่บ้านจึงตามไปดู ระหว่างจะแยกย้าย ฝ่ายผู้เสียชีวิตลุกขึ้นทำให้ลูกชายชักปืนออกมาก่อนปืนจะลั่น ส่วนตัวเชื่อว่าลูกชายไม่ได้มีเจตนา พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับญาติอีกฝ่าย

ขณะที่ น.ส.วุ้น อายุ 22 ปี แฟนของ นายปีเตอร์ และเป็นอดีตแฟนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ปมเหตุไม่ใช่เรื่องชู้สาวอย่างที่ชาวบ้านสงสัยว่า แฟนเก่ากับแฟนใหม่นั้นผิดใจกันมานานแล้ว เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มของทั้งคู่ คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บางอย่าง โดยตนคบหากับผู้เสียชีวิตมา 6 ปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน เพิ่งเลิกรากันได้ประมาณ 1 เดือน

ส่วนพ่อของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ลูกชายไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการ “จ้างวาน” เนื่องจากลักษณะของผู้ก่อเหตุมีการปกปิดตัวตน และดูเหมือนวางแผนมาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ส่วนกระแสข่าวที่โยงไปถึงเรื่องทหารรับจ้างนั้น ตนไม่เชื่อ และอยากให้ตำรวจเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด