กรณีวัยรุ่นไล่ยิงกัน บริเวณปากซอยเอกชัย 110 เขตบางบอน ปมเหตุเริ่มจากเรื่องขอชนแก้วในงานวันเกิด ก่อนบานปลายเป็นการนัดเคลียร์และใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน จนเป็นเหตุให้ นายศุภโชค (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ที่ถูกยิงกลางหลังเสียชีวิต ส่วน นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ นายกฤษดา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้บาดเจ็บจัดงานวันเกิดในพื้นที่ย่านโพธิ์แจ้ โดยมีผู้ก่อเหตุไปร่วมงานด้วย ระหว่างดื่มสุรา หนึ่งในผู้บาดเจ็บได้เข้ามาขอชนแก้วแล้วปฏิเสธ ทำให้เกิดปากเสียงกัน ก่อนแยกย้ายกันไป ต่อมาทั้งสองฝ่ายมีการท้าทายกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย และนัดเคลียร์ปัญหาที่บริเวณซอยเอกชัย 110 กระทั่งช่วงเช้ามืด กลุ่มผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาถึงจุดนัดหมาย ก่อนเกิดเหตุยิงกันขึ้น โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองขนาด 12 เกจ ยิงใส่กลุ่มคู่กรณี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมตัวนายบิ๊ก ผู้ลงมือยิง และ นายณัฐ ผู้ร่วมก่อเหตุ ได้ที่บ้านพักของนายณัฐ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง อยู่ภายในซอยเอกชัย 110 เขตบางบอน กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองขนาด 12 เกจ หรือ ปืนอีโบ๊ะ ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นปืนของนายบิ๊ก ถูกนำไปซ่อนไว้บริเวณระเบียง ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมา ช่วงสาย เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองมาถึง สน.บางบอน ผู้สื่อข่าวเข้าสอบถาม นายณัฐ ว่า รู้จักกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตหรือไม่ นายณัฐตอบว่าไม่รู้จัก
เมื่อถามต่อถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ นายณัฐระบุว่ามีปัญหากัน ก่อนจะถูกควบคุมตัวขึ้นไปยังห้องสอบสวน จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ รุ่นน้องของนายณัฐได้ไปร่วมงานวันเกิดของกลุ่มผู้บาดเจ็บ เนื่องจากรู้จักคนในกลุ่ม ระหว่างดื่มสุราได้มีการขอชนแก้ว แต่รุ่นน้องปฏิเสธ จนเกิดปากเสียงกัน ก่อนที่ต่อมาจะมีรุ่นน้องอีกคนในกลุ่มนำเรื่องมาบอกกับนายณัฐและนายบิ๊กซึ่งเป็นรุ่นพี่
จากนั้นจึงมีการท้าทายกับกลุ่มคนเจ็บผ่านโซเชียล กระทั่งนัดเคลียร์กันที่จุดเกิดเหตุ ปากซอยเอกชัย 110 โดยเมื่อไปถึงจุดนัดหมาย อีกฝ่ายมีการชักอาวุธมีดลักษณะคล้ายจะเข้าทำร้าย ตนจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่
ทั้งนี้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซื้อมาจากเพื่อนในราคา 4,000 บาท ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวติดคุกไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ก่อเหตุ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้งสองรายตามกฎหมายต่อไป