วันที่ 1 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานจากอำเภอแม่ริม กรณีเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่าพลัดหลงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บ้านสะลวง หมู่ที่ 2 ตำบลสะลวง ก่อนจะถูกพบเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ที่อำเภอแม่ริมได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านสะลวงว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าของหมู่บ้านสูญหาย 1 ราย หลังเสร็จสิ้นภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่ โดยผู้สูญหายคือ นายบุญมา ผ้าแดง อายุ 56 ปี ซึ่งได้เข้าร่วมกับทีมลาดตระเวนออกดับไฟและทำแนวกันไฟ ก่อนขาดการติดต่อไปในช่วงเย็นวันเดียวกัน
หลังทราบเหตุ เจ้าหน้าที่พร้อมชาวบ้านได้เร่งระดมกำลังค้นหาในจุดที่พบเห็นครั้งสุดท้ายตลอดทั้งคืน พร้อมประสานญาติ ซึ่งยืนยันว่าผู้สูญหายยังไม่กลับบ้าน กระทั่งเช้าวันที่ 1 เมษายน นายอำเภอแม่ริมได้สั่งเปิดศูนย์ค้นหา และบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงานกว่า 200 นาย เข้าปูพรมค้นหาอย่างเร่งด่วน
ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่พบร่างของนายบุญมาในพื้นที่ป่า ห่างจากจุดทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร โดยไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตจากอาการอ่อนเพลียสะสม ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด และผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง
ภายหลัง ทีมกู้ภัยแม่โจ้ เจ้าหน้าที่ไฟป่า เทศบาลตำบลสะลวง อาสาสมัครดับไฟป่า และชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำร่างออกจากพื้นที่ป่า พร้อมประสานแพทย์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดตามขั้นตอน
ด้าน รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยกย่องผู้เสียชีวิตว่าเป็น วีรบุรุษไฟป่า และยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐจะดูแลช่วยเหลือด้านพิธีศพอย่างสมเกียรติ รวมถึงให้การช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้เพิ่มความระมัดระวังในการทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและสภาพอากาศร้อนจัด
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือยังน่ากังวล โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา พบจุดความร้อนจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และน่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนักทั้งกลางวันและกลางคืน บางพื้นที่ถึงกับมีการจุดธูปแช่งผู้ลักลอบเผาป่า สะท้อนความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ยังคงรุนแรง