เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างแพทย์และพยาบาลในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าดูแลสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยของบุคลากร และการประคับประคองบรรยากาศการทำงานภายในโรงพยาบาล เบื้องต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อย พร้อมจัดชุดตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความมั่นใจให้บุคลากรในโรงพยาบาล ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
เนื่องจากกรณีดังกล่าวมีหลายประเด็นและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และเอกสารอย่างละเอียด ระหว่างนี้ ผู้ว่าฯ ได้มีคำสั่งให้แพทย์ที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬเป็นการชั่วคราว โดยยังไม่ถือเป็นการพักงาน แต่เป็นการแยกออกจากการให้บริการผู้ป่วย เพื่อลดผลกระทบและความตึงเครียดในพื้นที่
เมื่อถามถึงระยะเวลา นพ.สามารถ ระบุว่า ยังไม่สามารถกำหนดได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับกระบวนการสอบสวน ซึ่งต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ถามต่อว่าประเด็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายคดีความทางอาญาหรือไม่ นพ.สามารถ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงกระบวนการทางวินัย ยังไม่ใช่คดีอาญา ส่วนจะมีการดำเนินคดีหรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบสวน หากพบความผิดทางกฎหมาย ก็จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาดำเนินการต่อไป ในด้านการดูแลบุคลากร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องความปลอดภัยและบรรยากาศการทำงาน พร้อมทั้งให้การรักษาผู้ป่วยเป็นไปตามระบบมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าเหตุการณ์มีความรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือหรือไม่ นพ.สามารถ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้น มีบางกระแสระบุว่าคล้ายจะมีการพยายามใช้ความรุนแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย เนื่องจากอีกฝ่ายสามารถหลบได้ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากหลักฐาน เช่น กล้องวงจรปิด และพยานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องรอผลการสืบสวนข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่ามีการกระทำผิดวินัยหรือไม่ และควรดำเนินการอย่างไรต่อไปตามระเบียบราชการ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ พร้อมทั้งรักษามาตรฐานความปลอดภัยในสถานพยาบาล และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง