วันที่ 27 มีนาคม 2569 จากกรณีความเดือดร้อนของครอบครัวเด็กหญิงวัย 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตท่าข้าม กรุงเทพมหานคร หลังถูกครูผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศและทำอนาจารหลายครั้งในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2568 โดยเหตุเกิดภายในห้องพยาบาลและห้องน้ำชายของโรงเรียน ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณถนนเอกชัย แขวงบางบอน พบกับคุณณิชกานต์ ศักดิ์วิไลล้ำเลิศ อายุ 26 ปี น้าสะใภ้ของผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่าเดิมทีหลานสาวเป็นเด็กมีอุปนิสัยร่าเริง แต่ระยะหลังมีอาการเงียบขรึม เก็บตัว และโลกส่วนตัวสูงผิดปกติ จนกระทั่งทราบเรื่องจากผู้ปกครองของเพื่อนนักเรียนว่าหลานสาวถูกครูผู้ชายกระทำอนาจาร จึงได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงจนเด็กยอมเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง ทางครอบครัวจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลท่าข้ามครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 พร้อมทั้งเข้าพบผู้อำนวยการและฝ่ายปกครองของโรงเรียนเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกทางโรงเรียนระบุว่าครูคนดังกล่าวเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีและไม่เชื่อว่าจะก่อเหตุดังกล่าวได้ แต่หลังจากที่ทางครอบครัวนำตัวเด็กหญิงเข้าให้ข้อมูลต่อหน้าผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งเด็กสามารถเล่าเหตุการณ์ได้อย่างละเอียดชัดเจน ทำให้ทางโรงเรียนต้องยอมรับในข้อเท็จจริง แต่ยังคงอ้างว่าไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ในทันทีเนื่องจากครูรายดังกล่าวสังกัดสำนักงานเขต จนกระทั่งครอบครัวต้องเข้าแจ้งความซ้ำเป็นครั้งที่ 2 และนำใบแจ้งความมายืนยันเพื่อให้โรงเรียนดำเนินการส่งตัวครูคนดังกล่าวกลับไปประจำที่สำนักงานเขตต้นสังกัด ปัจจุบันทางครอบครัวมีความกังวลอย่างมากเนื่องจากคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แม้จะมีการสอบปากคำและตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรอผลประเมินระดับสติปัญญา (IQ) จากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อนำไปประกอบสำนวนยื่นต่อพนักงานอัยการ ซึ่งทางครอบครัวเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะยังไม่ได้รับการดำเนินคดีตามกฎหมายและอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็กคนอื่น จึงเรียกร้องให้สื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียงเร่งรัดคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน ว่าที่ ร.ต.อ.สุรเชฏฐ์ ขันทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ท่าข้าม เจ้าของคดี ระบุว่าได้รับคำร้องทุกข์ไว้เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในระหว่างกระบวนการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตต้นสังกัด อยู่ในระหว่างถูกจับตามองถึงมาตรการลงโทษทางวินัยและแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนในสถานศึกษาเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่บุตรหลานของผู้ปกครองในพื้นที่