สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุพระสงฆ์ก่อเหตุวุ่นวายมีปากเสียงกับชาวบ้าน เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น เหตุเกิดที่อาคารพาณิชย์ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่เกิดเหตุพบพระ อายุ 67 ปี ยืนบ่นโวยวายอยู่ด้านหน้า โดยมีชาย อายุ 28 ปี เจ้าของร้านไดนาโม ยืนโต้เถียงกับพระ จากการสอบถามทราบว่าพระไม่พอใจที่เจ้าของร้านถอดปลั๊กพ่วงไฟฟ้าออกจากหน้าบ้านของตัวเอง โดยไม่บอกกล่าว ซึ่งพระได้เป็นคนไปต่อพ่วงไฟฟ้าเอาไว้ใช้
พระ เล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นชื่อของน้องสาว ที่อาตมาต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่ เนื่องจากต้องมาเฝ้าข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านหลังนี้ น้องสาวเป็นหนี้ตัวเองอยู่ 1.3 ล้าน เขาจะเข้ามาขโมยเอาของไปขาย จึงต้องมานอนเฝ้า ที่ผ่านมาน้องสาวเข้ามาขโมยตู้เย็น และแอร์หลายเครื่อง มูลค่าประมาณ 3 แสน จนเป็นคดีความมาแล้ว ยอมรับว่าผิดวินัยที่ต้องมาอยู่แบบนี้ แต่ก็จำเป็นต้องมานอนเฝ้าทรัพย์สิน
ที่โมโหก็เพราะถูกเจ้าบ้านหลังที่ไปขอต่อไฟฟ้าพ่วงมาใช้ เขามาดึงปลั๊กออก เขาน่าจะมาบอกตั้งแต่ตอนเย็น จะได้ไปหาต่อพ่วงที่บ้านคนอื่นแทน อาตมาบวชมาแล้ว 2 พรรษา ก่อนจะย้ายไปจำพรรษาที่ จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งเกิดเรื่อง จึงขับรถยนต์มานอนเฝ้าบ้านนี้ มาถึงประมาณปลายเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา ตอนแรกก็จะอยู่แค่ 4–5 วัน แต่ก็ต้องรอทนายความพาไปแจ้งความน้องสาว จึงต้องอยู่ยาวแบบนี้ อาศัยไฟฟ้าบ้านเขาใช้ ส่วนน้ำประปาก็ไปรองจากบ้านญาติมาใช้ เรื่องกินอยู่ก็ไม่ได้บิณฑบาต ซื้อกินเอง ถ้าเสร็จธุระก็จะกลับวัดตามเดิม
ด้านเจ้าของร้านไดนาโม เล่าว่า ปลายเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว เจ้าของบ้านหลังนั้นที่เป็นน้องสาวของพระรูปนี้ ได้โทรมาบอกตนว่า ให้ช่วยดูแลท่านหน่อย ท่านจะมาขอพักชั่วคราวไม่นาน ขอต่อพ่วงไฟฟ้าใช้ชั่วคราว วันที่ 25 ธันวาคม ก็คงจะไปแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมาพระรูปนี้ก็อยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ ตนก็บอกว่าอยู่แบบนี้ไม่ได้ ไม่เหมาะสม พระท่านก็ไม่ฟัง
ซ้ำยังมาขอต่อพ่วงไฟฟ้าที่หน้าบ้านไปใช้ตลอดนานกว่า 2 เดือนแล้ว ตนก็บอกท่านว่า ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นให้ช่วยจ่ายด้วย จากจ่ายเดือนละ 400–500 บาท ขึ้นเป็น 800–900 บาท พระท่านก็จ่ายให้เดือนละ 400 บาท ตนคิดว่าท่านทำไม่เหมาะสม ชาวบ้านคนอื่นมาเห็นเขาจะมองไม่ดี บอกหลายครั้งท่านก็ไม่ย้ายไปไหน แถมยังอ้างว่าเรียนพระไตรปิฎกมาไม่ต้องมาสอน และท่านก็ไม่ได้เข้าจำพรรษาที่วัด ท่านทำแบบนี้ไม่ได้ ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ช่วงเข้าพรรษา ไม่ต้องอยู่วัดก็ได้ ตนไม่รู้จะเถียงยังไง
เย็นวันนี้ตนจึงถอดปลั๊กไฟฟ้าออก และกำลังจะขึ้นบ้านไปนอน ไม่นานพระก็มาทุบประตูหน้าบ้านเสียงดัง ตะโกนว่าตน หาว่าตนถอดปลั๊กไฟแล้วไม่บอก ตนก็ลงมาพูดคุยอีกครั้ง แต่พระท่านมีอาการโมโหมาก ยืนเถียงกันอยู่นาน เห็นท่าจะบานปลาย ตนจึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
เบื้องต้นตำรวจได้ทำการตรวจค้นภายอาคาร ที่พระพักอาศัย พบว่ามีข้าวของเครื่องใช้เก็บไว้ด้านในเป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบสิ่งของมึนเมา หรือสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจสอบภายในรถเก๋งของพระก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเช่นกัน พบเพียงจีวรพระ และถังพลาสติกที่เอาไว้รองน้ำประปา 1 ถัง จึงตรวจสอบเอกสารประจำตัว และเชิญพระขึ้นรถกระบะตราโล่ พาไปส่งจำวัด เพื่อความเหมาะสม
จากนั้นตำรวจได้พาพระไปที่วัดสุวรรณเกสรหรือวัดบ้านเลื่อม ห่างไปประมาณ 2 กม. โดยมีเจ้าอาวาสวัดร่วมพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้อธิบายว่า เป็นการกระทำผิดวินัย เมื่อพระออกจากวัด ไม่ควรไปอยู่ที่บ้านคนแบบนี้ หากจำเป็นก็ไม่ควรเกิน 7 วัน พฤติกรรมนี้อาบัติแน่นอน แต่ก็ให้พระจำวัดไปก่อน 1 คืน ภายในศาลาการเปรียญ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปปรึกษาเจ้าคณะตำบลว่าจะวินิจฉัยอย่างไร หากต้องสึกก็ค่อยว่ากัน