เศร้าสลด ยายวัย 80 เสียชีวิตลำพังในบ้าน ซํ้าลูกแท้ๆยังไม่รับร่าง
ข่าวภูมิภาค

เศร้าสลด ยายวัย 80 เสียชีวิตลำพังในบ้าน ซํ้าลูกแท้ๆยังไม่รับร่าง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ทางกู้ภัยป่าแชงได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตภายในบ้าน ในหมู่บ้านโคกคราม หมู่ที่ 5 ตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย อายุประมาณ 80 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน สวมเสื้อสีขาว ผ้าถุงลายดอกสีน้ำเงิน ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักกันดี เรียกกันว่า ยายหนึ่ง เพราะแกมักหลง เดินไปทั่วหมู่บ้านอยู่บ่อย ๆ

สภาพบ้านที่ยายหนึ่งอาศัยอยู่นั้นทรุดโทรมอย่างหนัก ภายในบ้านอยู่กับบุตรชาย 2 คน ซึ่งมีสติไม่ค่อยสมประกอบ จากการสอบถามลูกชายเล่าว่า แม่มีอาการเจ็บหน้าอกมาแล้วประมาณ 3 วัน และในคืนก่อนเสียชีวิต ลูกชายได้นอนเฝ้าแม่อยู่จนถึงประมาณเที่ยงคืน อีกทั้งทั้งสองคนไม่ได้กินข้าวมาแล้ว 3 วัน เนื่องจากฐานะยากลำบากมาก

กระทั่งช่วงเช้า ลูกชายตื่นขึ้นมาเรียกแม่ แต่พบว่ายายนอนนิ่งไม่ตอบสนอง จึงรีบเดินไปขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยดู เมื่อมาตรวจสอบก็พบว่ายายหนึ่งได้เสียชีวิตแล้ว

กู้ภัยพยายามติดต่อบุตรคนอื่น ๆ ของยายหนึ่ง ซึ่งอยู่คนละที่ และมีฐานะดี อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของแม่มากนัก เพื่อแจ้งข่าวการเสียชีวิตและให้มาดำเนินเรื่องรับรองร่าง แต่คำตอบที่ได้รับจากทุกสายกลับเป็นการปฏิเสธ ไม่มีใครยอมมาดูแล หรือรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่เจ้าหน้าที่ต้องการให้บุตรมาดำเนินการเซ็นเอกสารรับร่าง

เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างช่วยกันคิดหาทางออกอยู่พักใหญ่ จนมีชาวบ้านคนหนึ่งโทรไปหาลูกเขยของยายหนึ่ง เพื่อสอบถามว่าภรรยาของเขาจะมาเซ็นรับศพได้หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีรถเดินทางมา ในที่สุด คนเป็นตาของยายหนึ่งซึ่งอายุมากแล้ว และมีอาการตาบอด เมื่อทราบข่าวก็ได้จ้างรถจักรยานยนต์รับจ้างจากอำเภอทุ่งสงให้มาส่ง เมื่อมาถึงตาแทบไม่มีแรงเดิน มีอาการหอบ ตัวสั่น และมองไม่เห็น แต่ก็ยังพยายามมาเซ็นรับรองศพให้ยายหนึ่ง

สุดท้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านในพื้นที่จึงช่วยกันจัดการงานศพให้ยายหนึ่ง เพราะลูกที่มีสติดีและมีฐานะดีกลับไม่มีใครมาดูแลหรือมาดูร่างของแม่เลยแม้แต่คนเดียว ขณะนี้ร่างของยายหนึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดโคกคราม หมู่ที่ 5 ตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิกู้ภัยป่าแชง และชาวบ้านได้ร่วมกันช่วยจัดงานศพให้ มีการสวดพระอภิธรรม 3 คืน และกำหนดฌาปนกิจในวันจันทร์

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก เพราะยายหนึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก อยู่ในบ้านที่ทรุดโทรมกับลูกชายที่ดูแลตัวเองแทบไม่ได้ ทั้งที่มีลูกอีกหลายคนที่มีฐานะดีและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่กลับไม่มาดูแลแม่ของตัวเอง ปล่อยให้แม่ใช้ชีวิตลำบากจนวาระสุดท้าย และแม้กระทั่งวันที่แม่จากไป ก็ยังไม่มีใครมาดูร่างของแม่แท้ ๆ ของตัวเองเลย ต้องให้คนอื่นมารับผิดชอบแทนทั้งหมด