กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจและสร้างความหวาดผวาให้กับสังคมอย่างหนัก เมื่อคุณยายเพ็ญ (นามสมมุติ) หญิงชราวัย 65 ปี ต้องตกอยู่ในอาการขวัญผวาและใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงอย่างทุกข์ทรมานมานานกว่า 2 เดือนเต็ม หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นใจเหิมเกริม คลุ้มคลั่งบุกขึ้นมาใช้อาวุธมีดดาบเล่มใหญ่ฟันทำลายประตูห้องพักภายในเคหะเอื้ออาทร ย่านถนนเพิ่มสิน อย่างอุกอาจไม่กลัวกฎหมาย
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาหลานสาววัย 18 ปี ที่ทำได้เพียงหลบอยู่ด้วยความหวาดกลัว ซึ่งความรุนแรงในครั้งนั้นส่งผลให้คุณยายเพ็ญช็อกสุดขีดจนเป็นลมหมดสติไปทันทีในห้องพัก และแม้ว่าหลังเกิดเหตุครอบครัวจะรีบหอบหลักฐานสำคัญเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์และใบหน้าของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน ทันที แต่ทว่าเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 2 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จากทางคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เหตุผลที่สร้างความคาใจให้กับผู้เสียหายว่า หลักฐานยังไม่เพียงพอ

คุณยายเพ็ญเปิดเผยความอัดอั้นตันใจทั้งน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุช่วงค่ำขณะที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่กับหลานสาว จู่ ๆ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้บุกขึ้นไปก่อเหตุทะลาะวิวาทและทำลายข้าวของที่ห้องพักชั้นบน ก่อนจะย้อนกลับลงมาที่ห้องของตนแล้วลงมือใช้มีดฟันประตูห้องอย่างบ้าคลั่งจนพังเสียหาย ยายยอมรับว่าหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่คือ นายต่อ ซึ่งเป็นคนที่เคยรู้จักกับลูกชายของตน และเคยมาร่วมรับประทานอาหารที่ห้องพักชั้นบนอยู่บ่อยครั้ง

แต่ตนก็ไม่ทราบแน่ชัดว่านายต่อมีปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวอะไรกับลูกชายของตนหรือไม่ ถึงได้ย้อนกลับมาลงมืออย่างรุนแรงและอุกอาจขนาดนี้ สิ่งที่ทำให้ครอบครัวต้องทุกข์ใจซ้ำสองคือความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรม เพราะทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ไม่รู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้จะย้อนกลับมาล้างแค้นหรือทำร้ายวันไหน เนื่องจากยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่ จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีและรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

จากความเดือดร้อนที่ไร้ที่พึ่ง ส่งผลให้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและเป็นกระบอกเสียงในเคสนี้ โดยนายเอกภพเปิดเผยด้วยท่าทีดุดันว่า คดีนี้พิจารณาแล้วไม่มีความซับซ้อนใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะทั้งพยานบุคคลและคลิปหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมัดตัวผู้กระทำความผิดไว้อย่างดิ้นไม่หลุด อีกทั้งคนร้ายก็เป็นคนที่คนในพื้นที่รู้จักดี จึงขอฝากความหวังและจี้ไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ให้หันมาใส่ใจและเร่งรัดคดีสะเทือนขวัญของประชาชนเคสนี้อย่างจริงจัง พร้อมลั่นวาจาว่าหากตำรวจขยับขับเคลื่อนและทำงานอย่างตรงไปตรงมา เชื่อมั่นว่าจะสามารถลากคอกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาเข้าคุกได้อย่างแน่นอนภายในเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น
