น้องชายสุดทน พี่ทาสยา คลั่งทำร้ายพ่อพิการ-หลาน3ขวบ แต่ปืนลั่นใส่เสียชีวิตคาบ้าน
ข่าวภูมิภาค

น้องชายสุดทน พี่ทาสยา คลั่งทำร้ายพ่อพิการ-หลาน3ขวบ แต่ปืนลั่นใส่เสียชีวิตคาบ้าน

วันที่ 9 มี.ค.2569 พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ซูซั่น รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19.15 น.ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันด้วยอาวุธปืน ภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลตรัง

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป อยู่บ้านหลังเกิดเหตุ สภาพสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงขาสั้น คาดผ้าขาวม้า ไม่รู้สึกตัว จับชีพจรไม่ได้ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์ หรือค้อนตราควาย จำนวน 2 นัด กระสุนเข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และท้ายทอย 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือ โดยการทำ CPR และ AED ก่อนจะนำตัวส่งต่อให้กับทีมกู้ชีพ โรงพยาบาลตรัง โดยเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลตรัง แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ผู้ก่อเหตุ  อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานส่งของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ใน จ.ตรัง น้องชายของผู้เสียชีวิต หลังจากก่อเหตุไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บจากการถูกปืนสะบัดใส่ที่มือด้านขวา ทำการเย็บบาดแผลถึง 4 เข็ม

นายพงษ์ทวี ให้การว่า ตนสุดจะทนแล้ว ที่ผ่านมาพี่ชายทำร้ายร่างกายพ่อมาตลอด ก่อนเกิดเหตุพี่ชายเมายาเสพติดและเมาเหล้าขาวกลับมาบ้าน ก่อนจะตีทำร้ายร่างกายลูกชายตนอายุ 3 ขวบ จนลูกตนร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้มีใครต่อว่าอะไร และในขณะเดียวกันพ่อของตน ซึ่งพิการทางขา กำลังใช้ไม้เท้า 4 ขา จะเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าพ่อได้ทำไม้เท้าตก แต่พี่ชายนึกว่าพ่อไม่พอใจ ก่อนพี่ชายจะเดินไปทะเลาะกับพ่อ พร้อมกับทำร้ายร่างกายและบีบคอพ่อ ตนจึงเข้าไปห้ามปราม จนพี่ชายมามีปากเสียงกับตนต่อ

จังหวะนั้นพี่ชายขู่คนในบ้านว่า เดี๋ยวพบกับกู ก่อนจะออกไปจากบ้าน และกลับมาพร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์และกระสุนปืนห่อด้วยผ้ามา ซึ่งจังหวะที่พี่ชายเอาปืนออกจากผ้ากระสุนได้ตกลงพื้น 1 นัด และจังหวะเดียวกันนั้นพี่ชายกำลังจะใช้อาวุธปืนยิงคนในบ้าน ตนจึงได้เข้าไปยื้อแย่ง ก่อนจะยิงพี่ชายเข้าไปที่หน้าอก 1 นัด และตนได้หยิบกระสุน 1 นัดที่ตกอยู่บนพื้นบรรจุเข้าไปใหม่และยิงซ้ำเข้าไปที่ท้ายทอยอีก 1 นัด ก่อนจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่พ่อของทั้ง 2 คน ซึ่งยังตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวว่า ตนมีลูกชาย 2 คน บ้านหลังนี้อาศัยอยู่กัน 6 คน มี ตน ภรรยา ซึ่งเป็นแม่ของลูกทั้ง 2 คน ลูกชายคนโต ผู้เสียชีวิต ลูกชายคนเล็ก ผู้ก่อเหตุ ภรรยาลูกชายคนเล็ก และลูก ๆ ของลูกชายคนเล็กอีก 2 คน

ก่อนเกิดเหตุทำร้ายหลานซึ่งเป็นลูกของน้องชายวัย 3 ขวบ และจะตบภรรยาของน้องชายที่กำลังอุ้มลูกวัย 3 ขวบอยู่ด้วย และได้มาทำร้ายตนโดยการตบในห้องนอน ขณะที่ตนทำไม้เท้าตก เนื่องจากพิการขาด้านซ้ายขาด โดยเข้ามาถามตนว่าจะเอายังไง ตนก็บอกไปว่าให้ใจเย็น ๆ แต่ก็มาผลักและทำร้ายตน โดยที่ลูกชายคนเล็กก่อเหตุลงไปเพราะสุดทนกับพฤติกรรมของพี่ชายมาหลายปีแล้ว

ที่ผ่านมาลูกชายที่เสียชีวิตไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่มีครอบครัว ก่อนจะกลับมาอาศัยที่บ้านแห่งนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่หลังจากกลับมาปรากฏว่าได้ติดยาเสพติด เสพยาบ้า และติดสุรา ดื่มเหล้าขาวทั้งวัน มาเป็นระยะเวลาหลาย 10 ปี

ทำร้ายร่างกายตนมาโดยตลอดนับครั้งไม่ถูก ทั้งบีบคอ ตบ ตี และทำลายข้าวของภายในบ้าน ทำลายตัวบ้านเป็นประจำ วันนี้ก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะทำลายกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าพังไป 1 ลูก และที่ผ่านมาที่ลูกที่เสียชีวิตทำร้ายร่างกายตน และทำลายข้าวของตนก็แจ้งตำรวจ จนตำรวจเข้ามาระงับเหตุและมีประวัติมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้เสียชีวิต เคยต้องคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุในข้อหา ทำร้ายผู้อื่น และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนจะควบคุมตัวและเตรียมนำตัวส่งศาล จ.ตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป