บิ๊กแจ๊ด ตั้งค่าหัวครึ่งแสน ล่าหนุ่มคลั่งปืน หลังต้องปิด 17 โรงเรียน
ข่าวภูมิภาค

บิ๊กแจ๊ด ตั้งค่าหัวครึ่งแสน ล่าหนุ่มคลั่งปืน หลังต้องปิด 17 โรงเรียน

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สร้างความหวาดผวาไปทั่ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เมื่อผู้ก่อเหตุคือนายนพรัตน์ หรือแอล อายุ 30 ปี ก่อเหตุยิงใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัยบนมอเตอร์เวย์สาย 7 จ.ชลบุรี ก่อนหลบหนีกลับมายังพื้นที่บ้านเกิด พร้อมอาวุธปืน จนนำไปสู่การสั่งปิดโรงเรียนถึง 17 แห่งในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ก.พ.2569 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ อินทรเลิศ ประธานสภา อบจ.ปทุมธานี นายสุริยะ ภิรมย์พร้อม นายกอบต.ลาดหลุมแก้ว และนายศักดิ์ดา กองสัมฤทธิ์ นายก อบต.ระแหง เดินทางไปยังบ้านของนางละออ อายุ 66 ปี และนายประกอบ อายุ 60 ปี บิดามารดาของนายนพรัตน์ ผู้ก่อเหตุ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พูดคุยร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ในการประสานทางญาติ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้นายนพรัตน์เข้ามอบตัวโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความตึงเครียดในพื้นที่และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนติดตัวและมีรายงานว่ามีอาการคลั่ง

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังแตกตื่นกัน เนื่องจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็นคนปทุมธานี พอมีข่าวออกไปก็เลยเป็นที่แตกตื่นของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลาดหลุมแก้ว มีผู้ปกครองสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก กลัวว่าถ้าลูกไปโรงเรียนจะมีการทำร้ายเด็กเหมือนเหตุที่เกิดขึ้นที่จ.สงขลา วันนี้ผมและผู้นำท้องถิ่นได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับพ่อและแม่ เนื่องจากผู้ต้องหาถ้าได้ติดต่อมายังพ่อและแม่ เพื่อที่อยากจะมอบตัว ตนจึงเดินทางมา เพื่อยืนยันความปลอดภัยให้ผู้ต้องหาถ้าจะมอบตัว ขอให้สบายใจถ้าติดต่อมา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวและเตือนให้ระมัดระวังด้วย เรื่องการมอบตัวเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องประสานตนเข้ามา ตนยืนยันความปลอดภัยให้ แต่ในส่วนของการจับกุมตัวต้องดำเนินการควบคู่กันไป ตนจะประสานตำรวจตามล่าให้ถึงที่สุดเหมือนกัน และถ้าใครสามารถให้เบาะแสที่จะสามารถนำไปสู่การจับกุมได้ ตั้งรางวัลเบื้องต้น 50,000 บาท ให้เบาะแสมา ตนจะตามล่าให้ถึงที่สุด

ผมจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบสงขลามาเกิดขึ้นที่ปทุมธานี ในส่วนเรื่องที่เอาปืนขู่เด็ก ตนก็ไม่ทราบว่ามีข่าวมาจากที่ไหน คุณพ่อคุณแท่ก็ยืนยันว่าไม่มี ดังนั้นประชาชนอย่าตื่นตะหนก แต่เป็นการดีที่เราเฝ้าระวังเอาไว้ก่อน ป้องกันก่อนที่เหตุจะเกิด

ด้านมารดาของนายแอล เปิดเผยถึงชนวนเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากภายในบ้าน โดยระบุว่า ลูกชายเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะปัญหาเรื่องเงินและยาเสพติด มีพฤติกรรมลักขโมยเงินพ่อแม่ ที่บ้านทะเลาะกันทุกวันเรื่องเงิน คือแม่มีอาชีพทำสวน พอได้เงินมาก็จะเก็บไว้ที่หัวนอนเป็นมัดๆ มัดละแสนบาท แต่เงินกลับหายไปบ่อยครั้ง ลักไปทีละแสนกว่าบาท บางมัดมีแสนหนึ่งเขาก็แอบชักออกไปทีละหมื่นสองหมื่น พอแม่ลงมาถามว่า แอลขึ้นไปเอาเงินแม่ไหม เขาก็ปฏิเสธเสียงแข็ง จนแม่ต้องขู่ว่าจะเอาลายนิ้วมือไปพิสูจน์ เขาถึงยอมรับว่าเอาไปจริง