ผอ.โรงเรียน เผยแล้ว ม.6 พกปืนเก็บไว้ไหน ก่อนนัดเคลียร์ยิงเพื่อนเจ็บ 3
ผอ.โรงเรียน เผยแล้ว ม.6 พกปืนเก็บไว้ไหน ก่อนนัดเคลียร์ยิงเพื่อนเจ็บ 3
ข่าวอาชญากรรม

ผอ.โรงเรียน เผยแล้ว ม.6 พกปืนเก็บไว้ไหน ก่อนนัดเคลียร์ยิงเพื่อนเจ็บ 3

ฟังข่าวนี้

จากกรณี นักเรียนชั้น ม.ปลายโรงเรียนดังย่านหนองเสือ และเรียนอยู่ที่เดียวกันนัดเคลียร์และก่อเหตุทะเลาะกันก่อนใช้อาวุธปืนยิงนักเรียนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 ราย ก่อนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลหนองเสือ เหตุเกิดในซอยเทศบาล 16 หมู่ 6 ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเสือ สามารถจับกุมนักเรียนที่ก่อเหตุได้ อายุ 15 ปี 1 คนและอายุ 17 ปี 1 คนพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 กระบอก และปืนยาว 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 14 ลูก

เบื้องต้น แจ้งข้อหา ร่วมกันพยามฆ่า และมีอาวุธและเครื่องกระสุนไปในเมืองฯ นำส่งพนักวานสอบสวนสภ.หนองเสือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดวันที่ 2 ก.ค.เวลา 16.00 น.ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ (3 กรกฎาคม 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงเรียนหนองเสือวิทยาวิทยาคม ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พบว่าวันนี้ทางโรงเรียนได้มีการปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน โดยภายในห้องวิหารคุณ ได้มีการประชุมติดตามเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยมี ดร.หฤทัย บุญประดับ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี พร้อมด้วย นายสำเนียง ดลสอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม พ.ต.อ.วัชรวิชญ์  นิธิวรรัชย์ ผกก.สภ.หนองเสือ และ คณะครูเข้าร่วมประชุม

นายสำเนียง ดลสอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม เปิดเผยว่า โรงเรียนประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อมูลต่อสังคม และลดความวิตกกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเรียน หลังเกิดเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียน สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีทั้งหมด 3 ราย โดยรายแรกถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปทุมธานี ถูกกระสุนเข้าที่หน้า ส่วนรายที่สองพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนองเสือ ถูกกระสุนบริเวณแผ่นหลัง 2 เม็ด ซึ่งเป็นบาดแผลตื้น แพทย์สามารถนำออกได้แล้ว 1 เม็ด ส่วนอีก 1 เม็ดจะเอกซเรย์เพิ่มเติม และคาดว่าจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงบ่าย เนื่องจากไม่มีอาการแทรกซ้อนและรายที่ 3 ถูกรุมต่อยไม่มีบาดแผล

ในด้านการดูแลนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองของนักเรียนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องเข้ามาทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อร่วมกันกำกับดูแลพฤติกรรมของบุตรหลาน ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะมอบหมายให้ครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาคอยติดตาม ดูแล และปรับทัศนคติของนักเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบของการใช้ความรุนแรงและไม่กลับไปกระทำพฤติกรรมเดิมอีก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะไม่ควรเกิดเหตุ "เพื่อนทำร้ายเพื่อน" ภายในสถานศึกษา ซึ่งคำว่าเพื่อนร่วมสถาบันควรสะท้อนถึงความสามัคคีมากกว่าความขัดแย้ง พร้อมมองว่าพฤติกรรมของวัยรุ่นในปัจจุบันอาจได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ การเลียนแบบความรุนแรง และการเข้าถึงอาวุธไทยประดิษฐ์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากสถานีตำรวจภูธรหนองเสือ

โดยโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 2,234 คน จึงไม่สามารถแยกหรือระบุได้อย่างชัดเจนว่าใครสังกัดกลุ่มใด แต่จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประมาณ 4–5 ห้องเรียน ซึ่งในสัปดาห์หน้า เมื่อนักเรียนที่ก่อเหตุกลับมาเรียน โรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมทำข้อตกลงกับทางโรงเรียนอีกครั้ง โดยนักเรียนยังสามารถเรียนได้ตามปกติ แต่จะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา เพื่อปรับทัศนคติ สร้างความเข้าใจและช่วยให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งกลับมาอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนเช่นเดิมไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ด้าน พ.ต.อ.วัชรวิชญ์ นิธิวรรัชย์ ผกก.สภ.หนองเสือ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเยาวชนก่อเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายคู่กรณีว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับเยาวชนทั้ง 2 ราย โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่า เนื่องจากพฤติการณ์ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มีความร้ายแรงนอกจากนี้ยังถูกแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนมาตรการป้องกันเหตุในสถานศึกษานั้นทางตำรวจมีการประสานความร่วมมือกับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการหารือกับผู้บริหารการวางมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียน รวมถึงการตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีการซุกซ่อนอาวุธอย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุครั้งนี้ จะยกระดับการดำเนินงานให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับประวัติของเยาวชนทั้ง 2 ราย จากการตรวจสอบพบว่า ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อนทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งศาลเยาวชนและครอบครัวภายใน 24 ชั่วโมง ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณภายในซอยเทศบาล 16 ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พบว่ารอยเลือดได้จางหายหมดแล้วจากอาจจะโดนฝนที่ตกกระหน่ำน่ะอย่างต่อเนื่องเมื่อวานนี้ ในขณะที่นางสาวบี(นามสมมุติ)ไม่กล้าให้ถ่ายรูปเพราะกลัวความปลอดภัยซึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งตนก็เรียนอยู่ในโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมเหมือนกันซึ่งทราบว่าเหตุการณ์เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเกิดจากการหึงหวง เริ่มจากฝ่ายถูกยิงได้ไปนั่งคุยกับแฟนสาวผู้ก่อเหตุจนมีเรื่องที่โรงเรียนมาแล้ว จึงนัดกันออกมาเคลียร์กันนอกโรงเรียนจึงเกิดเหตุยิงกันเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดปทุมธานี รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ