จากกรณีที่เกิดไฟป่าลุกไหม้ภายในสถานีวิจัยสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 15.00 น. และไฟได้ลุกลามอย่างรุนแรง เนื่องจากมีลมกระโชกแรงเป็นระยะๆ ประกอบกับป่าของศูนย์วิจัยฯ เป็นป่าเต็งรัง และเต็มไปด้วยต้นเพ็กกับใบไม้แห้งที่ร่วงทับถมมานานจึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี ทางจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นำอุปกรณ์และรถดับเพลิงเข้าพื้นที่ภาคพื้นดินทำการดับไฟ และทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์สำหรับดับไฟทางอากาศ จนสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้เมื่อค่ำที่ผ่านมา (13 กุมภาพันธ์ 2569)

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งศูนย์อำนวยการและเผชิญเหตุ โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน พร้อมด้วยนายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนครราชสีมา, ผอ.ทสจ.นม. ได้ลงพื้นที่ โดยใช้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ โรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว (พ่วงโพธิ์อุปถัมภ์) โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบการดับไฟป่า และมอบให้สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 3 โดยหมวดทางหลวงหลุมเงิน อำนวยการจราจร พร้อมจัดรถดับเพลิงเพื่อเข้าดับไฟบริเวณริมถนนสาย 304 ขาเข้าจังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ปัจจุบันไฟป่าในพื้นที่ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนพื้นที่ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าทับลาน วังน้ำเขียว เขาใหญ่ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำแนวกันไฟและฉีดน้ำสกัด เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าสู่เขตชุมชนเพิ่มเติม พร้อมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงใกล้หมู่บ้านอย่างใกล้ชิด โดยเวลา 20.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ได้ใช้โดรนบินสำรวจ พบไฟป่าปะทุขึ้นอีกหลายจุด ได้จัดเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า จำนวน 50 นาย เดินเท้าเข้าพื้นที่ดับไฟตามพิกัดที่ตรวจพบ เพื่อควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด ประมาณการว่ามีพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วร่วม 7,000 ไร่

ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมา มีควันไฟจากไฟไหม้ป่าสะแกราช ลอยปกคลุมทั่วบริเวณ ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย และ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จนถึงเช้าวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง โดยดัชนีคุณภาพอากาศของ อ.ปักธงชัย วันนี้ อยู่ในระดับปานกลาง วัดได้ 83 AQI และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วัดได้ 28.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ อ.วังน้ำเขียว ดัชนีคุณภาพอากาศ วันนี้ อยู่ในระดับปานกลาง วัดได้ 94 AQI และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วัดได้ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งคุณภาพของทั้งสองพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระดับปานกลาง ซึ่งกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงวัย เด็ก และผู้ป่วย จะมีความไวต่อมลภาวะทางอากาศได้รวดเร็ว จะต้องป้องกันตนเอง