เมื่อวันที่ 21 ม.ค.69 ร.ต.อ.เนรมิต พงษ์สาลี รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต ภายในห้องแถวร้าง พื้นที่ ม.5 บ้านแก้วซอย 14 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี จึงประสาน ร.ต.ท.อนุพัน หงษ์เกียรติขจร รอง สว.สส.(สอบสวน), แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระปกเกล้า และอาสากู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี รุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวร้าง ขนาดใหญ่ประมาณ 20 ห้อง ปลูกสร้างหันหลังชนกันอยู่กลางสวนยางพารา จากการตรวจสอบห้องพักที่ 4 บริเวณด้านหลัง พบร่างชายนิรนาม อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดและกางเกงผ้าร่มสีดำ ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอเข้ากับขื่อโครงหลังคาเหล็ก สภาพเท้าทั้ง 2 ข้างยังแตะอยู่บนพื้น ภายในห้องพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, แว่นสายตา, รองเท้าแตะ และขวดเหล้าขาววางอยู่

นอกจากนี้ บริเวณพงหญ้านอกตัวอาคาร เจ้าหน้าที่พบขวดเหล้าขาวที่ดื่มหมดแล้ว ถูกโยนทิ้งไว้ และห่างออกไปไม่ไกลพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน จันทบุรี จอดซุกซ่อนอยู่ในป่าอย่างผิดสังเกต ตรวจสอบที่ช่องเก็บของหน้ารถ พบแผงยาแก้ปวดที่ถูกกินจนหมดเกลี้ยง 1 แผง เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นายวินัย อายุ 58 ปี คนกรีดยางผู้พบศพ ให้การด้วยอาการตื่นตระหนกว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.30 – 06.00 น. ตนเดินมาหยิบขวดน้ำกรดใกล้กับห้องแถวร้าง และสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดซุกอยู่ในป่าดูผิดปกติ จึงตัดสินใจเดินขึ้นไปสำรวจในห้องแถว จนกระทั่งเจอภาพสยองมีคนตาย จึงรีบวิ่งหนีออกมาและแจ้งตำรวจทันที

นายวินัย ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปกติบริเวณนี้มักมีวัยรุ่นแวะเวียนมามั่วสุมบ้าง แต่ไม่ค่อยมีใครค้างคืน ส่วนผู้ตายนั้นจำได้ว่าเคยเห็นวนเวียนอยู่ในพื้นที่บ้างเป็นครั้งคราว จนกระทั่งมาพบว่ากลายเป็นศพในเช้านี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจมีเรื่องเครียดสะสม จึงขี่รถมาจอดซ่อนก่อนจะดื่มเหล้าและกินยาเข้าไปเพื่อย้อมใจ แล้วตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต ทั้งนี้ มอบหมายให้กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า พร้อมเร่งเช็กประวัติทะเบียนรถเพื่อติดตามหาญาติมาสอบปากคำหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
