ลุงสัปเหร่อร่ำไห้ เก็บร่างมานานกว่า 60 ปี  ไม่คิดเลยว่าวันนึงจะต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง
ข่าวภูมิภาค

ลุงสัปเหร่อร่ำไห้ เก็บร่างมานานกว่า 60 ปี ไม่คิดเลยว่าวันนึงจะต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง

ที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครราชศรีมา ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการเครนรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรถไฟโดยสาร ทยอยติดต่อขอรับร่าง ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนา ญาติมากันจำนวนมาก ที่นั่งระหว่างรอรับร่างเต็มทุกที่ แต่บรรยากาศอยู่ในความเงียบ สงัด ต่างคนต่างเฝ้ารอเจ้าหน้าที่ส่งร่างผู้เสียชีวิต

พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อรับร่างลูกสาวกลับบ้าน พร้อมบอกว่าลูกสาวเดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อไปงานเผาร่างที่ศรีสะเกษ แต่ไปไม่ถึงเกิดอุบัติเหตุก่อน ระหว่างทางการเดินทางลูกสาวได้ติดต่อมาโดยตลอดทาง ทั้งส่งรูปภาพให้ดู และโทรหา ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้และทราบว่าเกิดเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟ ซึ่งเป็นขบวนที่ลูกสาวใช้เดินทางและลูกสาวอยู่ที่ตู้โดยสารที่ 3 ทำให้รู้ทันทันทีว่าลูกสาวน่าจะได้รับอันตราย เพราะตู้สุดท้ายเป็นตู้ที่อันตรายมาก 

พูดทั้งน้ำตาว่ารู้สึกทรมานใจมาก ตัวเองเป็นสัปเหร่อมานานกว่า 60 ปี เก็บร่างมามากกว่า 1000 ร่างไม่คิดเลยว่าวันนึงจะต้องมารับร่าง หรือเก็บศพลูกสาวตัวเองพ่อผู้เสียชีวิต บอกอีกว่าก่อนเกิดเหตุตัวเองมีลางสังหรณ์ใจ ฝันว่า ลูกสาวชวนขึ้นรถไฟแต่รถไฟขบวนนั้นเป็นรถไฟที่ไม่มีล้อ แต่ตัวเองปฏิเสธลูกสาวว่าไม่ไปด้วย สุดท้ายมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ นายบุญยืน เล่าว่าเมื่อคืนนี้ตัวเองได้เปิดโรงแรมพักแถวโรงพยาบาลเพื่อรอรับร่างลูกสาวตอนเช้าโดยเมื่อคืนที่ผ่านมาลูกสาวได้มาหาเป็นเงาตะคุ่มๆ และมีเสียงเคาะประตูซึ่งตนเชื่อสนิทใจว่าเป็นลูกสาวของตัวเองตนเองไม่กลัว และบอกลูกสาวว่าให้รอสว่างก่อนแล้วจะพากลับบ้าน ไม่ต้องห่วงลูก จะเป็นคนเลี้ยงดูลูกให้เอง 

ส่วนเรื่องการเยียวยา พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า ส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุแต่ให้มีการรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตรายหนึ่งบอกว่าตอนนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเดือดร้อนเพราะต้องหาเงินกันเองมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรับส่งร่าง อยากจะให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดูแลในส่วนนี้ และอยากให้เร่งจัดการร่างผู้เสียชีวิตเฉพาะเครนถล่มทับให้เร็วกว่าเคสปกติเพราะนี่ไม่ใช่การเสียชีวิตปกติ ร่างจะได้กลับถึงบ้านเร็วที่สุดเพราะบางคนอยู่ถึงจังหวัดศรีสะเกษ

สำหรับร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 32 ร่างถูกส่งมาที่ นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (14 ม.ค.) เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยจะเริ่มทำการพิสูจน์อัตลักษณ์ ตั้งแต่เวลา  09:00 น. เป็นต้นไป จากนั้นญาติสามารถนำร่างผูู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ตั้งแต่ 12:00 น. เป็นต้นไป ส่วนผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ 12 ร่าง วันนี้ญาติจึงต้องเดินทางมาเก็บดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคลต่อไป ตัวเลขเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ผู้เสียชีวิต 32 ราย สูญหาย 3 ราย บาดเจ็บ 64 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย