ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งเร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้สปีดโบ๊ตเร่งย้ายเรือออกพื้นที่
ข่าวภูมิภาค

ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งเร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้สปีดโบ๊ตเร่งย้ายเรือออกพื้นที่

จากกรณีเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 7 มกราคม เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวฉลองอำเภอเมืองภูเก็ต (ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต) ทำให้เรือสปีดโบ๊ตเสียหาย 23 ลำ เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุนั้น

เมื่อวันที่ 7 มกราคม  นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้เรือ สปีดโบ๊ต บริเวณ ท่าเทียบเรือฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อเวลา 04.00น.หลังจากทางจังหวัดรับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ตลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ตลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบ๊ตได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ในเบื้องต้น กว่า 20 ลำ

ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน

โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทันที

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด

และให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ กว่า 20 ลำ ขณะที่ในช่วงสาย เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือได้ รวมทั้งได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ทีมข่าวภูเก็ต รายงาน