ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้องเข้ายังฝั่งประเทศไทย โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน ซึ่งไม่ใช่ที่ตั้งของหน่วยปฏิบัติการทหาร ส่งผลให้กระสุนและหัวรบจำนวนมากตกในพื้นที่พลเรือนของฝ่ายไทย ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมในพื้นที่คลี่คลายและลดระดับความรุนแรงลง ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบระเบิดที่ตกค้างทั้งที่ทำงานแล้วยังไม่ได้ทำงาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ล่าสุด วันนี้ (5 มกราคม 2569) เวลาประมาณ 11.00 น.เจ้าหน้าที่ ชุด EOD พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.กาบเชิง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แนงมุด และชุด ชรบ.ในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดที่กระสุน BM 21 ของทหารกัมพูชา ตกลง ในพื้นที่ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดปะทะ ชายแดนไทยกัมพูชาด้านปราสาทคนา บริเวณที่พบมีกระสุนที่ระเบิดแล้วเป็นหลุมกว้าง จำนวน 47 หลุม ที่ยังไม่ทำงาน อีกจำนวน 2 ลูก รอการทำลาย ทั้งรนี้ ลูกกระสุนระเบิดที่ถูกยิงตกลงมา ส่วนมากจะเป็นพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน และบ้านเรือนที่อยู่ในสวน

จากการสอบถาม นายสุภาค ปิทอง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 บ.แนงมุด ม.1 ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ใด้เล่านาที เฉียดตาย ว่า ลูกกระสุน BM 21 ลงรอบบ้านจำนวน 13 ลูก ตอนที่ลูกระเบิด BM 21 ลงตอนนั้นตนก็อยู่ที่บ้านในสวน ตอนแรกได้ยินเสียงลูกกระสุนตกไล่ๆ มาเรื่อยๆจนใกล้บ้านของตัวเอง จึงได้หมอบลงข้างสระ แต่ลูกระเบิดก็มาลงข้างสระอีก ทำให้บ้านเสียหายเล็กน้อยแต่ตัวเองไม่เป็นอะไร หลังเหตุการณ์สงบจึงได้ขับรถจักยานยนต์รีบออกจากพื้นที่ไปทันที


ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ รายงาน