วันที่ 21 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่ายังมีคนชราในหมู่บ้านที่ยากจนที่สุดแต่ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน อยากให้สะท้อนปัญหาและอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยเร็วเพราะมีคนจนอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกตัดสิทธิ์เช่นเดียวกัน
จากการตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ปังกู พบนางสมัย ชะรุมรัมย์ อายุ 67 ปี อาศัยอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่งตามลำพัง สภาพบ้านล้อมด้วยสังกะสี ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเตาแก๊ส มีเพียงไฟโซล่าเซลเอาไว้ส่องแสงสว่างภายในบ้าน 1 หลอด พบเครื่องปรุงอาหารอยู่ภายในบ้าน มีน้ำตาล 1 ถุง น้ำปลา 1 ขวด เกลือ 1 ถุง และผงชูรส 1 ถุง หุงหาอาหารกินเอง

ชีวิตความเป็นอยู่ดังกล่าวของนางสมัย เป็นภาพชินตาของชาวบ้านในหมู่บ้านมาได้ประมาณ 5 ปี หลังจากนางสมัย กลับมาอยู่บ้านเกิดคือที่นี่ มีชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือบ้างด้วยความสงสารแต่เป็นเพียงบางครั้ง

นางสมใจ บุญเจริญ อายุ 50 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้นางสมัย มีบัตรคนจนอยู่ แต่พอรอบนี้ถูกตัดสิทธิ์ออกไป สาเหตุทราบจากผู้ใหญ่บ้านว่านางสมัย มีประกันชีวิตที่ลูกชายทำให้จึงถูกตัดสิทธิ์ออก

กรมธรรม์ประกันชีวิตดังกล่าวของนางสมัย ลูกชายของนางสมัย อายุ 35 ปี ทำงานอยู่จังหวัดขอนแก่น เป็นคนทำไว้ให้ส่งเบี้ยปีละประมาณ 12,000 บาท ทุนเอาประกัน 200,000 บาท ลูกชายตั้งใจเอาไว้ว่าหากแม่เสียชีวิตจะได้มีเงินมาเป็นค่าทำศพ เพราะลูกชายก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเกรงว่าถึงเวลานั้นจะไม่มีเงินทำศพให้แม่ของตัวเอง

แต่ช่วงหลังลูกชายส่งเบี้ยประกันไม่ไหวเพื่อนบ้านอาสาส่งต่อให้ เพราะสงสาร แต่มีข้อแม้ทุนเอาประกันจะต้องเอามาแบ่งกัน ส่วนหนึ่งจะต้องเอาไว้เป็นค่าทำศพ แต่ก็ไม่คิดว่านางสมัย จะมาถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจนแบบนี้ ยอมรับว่าสงสารเพราะในแต่ละวันนางสมัย กินแค่ไข่ต้มเป็นกับข้าวทุกวันอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาแบบนี้ให้โดยเร็ว