วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดส่งถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ กำชับนายทะเบียนท้องที่ทุกแห่งเ2รียมความพร้อมและปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ตลอดจนการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย
สำหรับมาตรการเร่งด่วน กำหนดให้ระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ รวมถึงระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือแบบ ป.3 เป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น พร้อมสั่งการให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบจำนวนใบอนุญาตแบบ ป.3 ที่ยังคงค้างอยู่และยังไม่ได้มีการซื้อขายอาวุธปืน ก่อนรายงานผลให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายใน 30 วัน
ส่วนผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแบบ ป.3 และดำเนินการซื้ออาวุธปืนไปแล้ว จะต้องยื่นขอใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน หรือแบบ ป.4 ภายใน 30 วัน นับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะเข้าข่ายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขณะเดียวกัน กรมการปกครองจะเร่งตรวจสอบข้อมูลยอดจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนทุกราย โดยนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนใบอนุญาตแบบ ป.3 เพื่อให้ข้อมูลการซื้อขายสอดคล้องกัน หากพบความผิดปกติหรือยอดไม่ตรงกัน จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด พร้อมประสานกรมสรรพากรเข้าตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษีของผู้ประกอบการด้วย
ในส่วนของสนามยิงปืน กรมการปกครองจะบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการกีฬาแห่งประเทศไทย ตรวจสอบปริมาณเครื่องกระสุนปืนที่อยู่ในความครอบครองของสนามยิงปืนทุกแห่ง ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีอย่างจริงจัง รวมถึงตรวจสอบด้านภาษีของผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งดำเนินการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนอย่างเข้มงวด หากตรวจพบผู้กระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและเสนอให้ศาลพิจารณาลงโทษในขั้นรุนแรง
สำหรับมาตรการระยะยาว ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยมีแนวทางนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาตและซื้อขายอาวุธปืนทุกขั้นตอนแบบ Real-time พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร
รวมทั้งมีแนวทางเพิ่มระบบจัดเก็บอัตลักษณ์ของอาวุธปืน ยกระดับการกำกับดูแลการค้าอาวุธปืน กำหนดความรับผิดชอบของผู้ค้าอาวุธปืนต่อความปลอดภัยของสังคม ตลอดจนเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิด โดยกำหนดให้เสนอร่างกฎหมายฉบับแก้ไขภายใน 60 วัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน หรือแบบ ป.4 ต้องมีการต่ออายุทุก 5 ปี พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการซื้อขายเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนและสนามยิงปืน โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบยอดจำหน่ายเปรียบเทียบกับปริมาณสินค้าคงคลังเป็นรายวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเครื่องกระสุนปืนได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น
นายนฤชา กล่าวว่า กรมการปกครองได้ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยกำชับฝ่ายปกครองและนายทะเบียนทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เมื่อได้รับแจ้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว กรมการปกครองจะเร่งจัดทำหนังสือสั่งการพร้อมรายละเอียดแนวทางปฏิบัติ ส่งให้นายทะเบียนทั่วประเทศถือปฏิบัติต่อไป พร้อมกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามข้อมูลข่าวสารและเตรียมความพร้อมอย่างใกล้ชิด

