เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร หรือ ทนายเอ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนนทบุรี เขต 3 พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีอย่างดุเดือด
การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้ออกมาแก้ต่างกรณีที่มีภาพนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี และผู้ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี และคนขับรถ นั่งสูบบุหรี่ระหว่างถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจ โดยระบุว่าเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน
นายอนุสรณ์กล่าวว่า การแก้ต่างเรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชี้แจง ขณะที่หน้าที่บริหารจัดการพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นของผู้ว่าราชการโดยตรง กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ไม่ทำงานของตัวเองเลย แม้กระทั่งผ่านเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีมาหลายวัน ก็ไม่ออกมาสั่งการอะไร จนชาวนนทบุรีพูดกันว่า เพิ่งจะเห็นหน้าผู้ว่าฯ ออกมาให้สัมภาษณ์คดีนายฉลอง เรี่ยวแรง ก็คงเพราะที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับจวนผู้ว่าฯ แต่พอออกมา ก็มาแก้ต่างให้เรื่องฉลอง เรี่ยวแรงสูบบุหรี่ และบอกว่าจะทำบุญจังหวัด แต่ไม่มีมาตรการอะไรเป็นรูปธรรมเลย นายอนุสรณ์ระบุ
นายอนุสรณ์ยังกล่าวอีกว่า จังหวัดนนทบุรีอยู่ในขั้นวิกฤตมานานแล้ว เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ทำให้ปัญหาของชาวนนทบุรียังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การทุจริตประพฤติมิชอบในท้องถิ่น ปัญหาอาชญากรรมอย่างบ่อนการพนันในพื้นที่ รวมถึงปัญหาแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งและป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาถล่มและทรุดตัว ซึ่งส่งผลให้ชาวนนทบุรีต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด
ผมเสนอโครงการซ่อมแซมแนวเขื่อนหลายปีแล้ว ก็นิ่งเฉย ในขณะที่ สส. ไม่มีทั้งงบประมาณและไม่มีกำลังคน แต่เรายังทำงานเพื่อประชาชนตลอด แล้วผู้ว่าฯ ที่มีทั้งอำนาจและงบประมาณ ก็ควรทำงานของตัวเองบ้าง อย่ามองจังหวัดนนทบุรีเป็นเหมือนศาลาพักผ่อนหย่อนใจ นายอนุสรณ์ย้ำ
ท้ายที่สุด นายอนุสรณ์ระบุว่า จังหวัดนนทบุรีต้องการการเปลี่ยนแปลงและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ประชาชนนนทบุรีต้องการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตัวเอง ไม่ใช่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ถูกจับมาวาง แล้วไม่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน