เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 จากกรณี ส.ก. เขตยานนาวา พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาว่ากดบัตรแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ในการประชุมสภา กทม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภา กทม. ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินการเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้สำนักงานเลขานุการสภา กทม. รวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมส่งมอบให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมถึงหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจตามกฎหมายทันทีที่มีการร้องขอ โดยได้ดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ของประธานสภาฯ ตามลำดับดังนี้
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานเลขานุการสภา กทม. เพื่อตรวจสอบจำนวนและลักษณะการบันทึกภาพของกล้องในสภา กทม. รวมถึงกล้องของผู้รับจ้างไลฟ์สดภายในห้องประชุม
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ประธานสภา กทม. ได้ชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นในที่ประชุมสภา กทม. ตามที่ปรากฏในไลฟ์สดการประชุมสภา
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม หลังจากได้รับข้อมูลเบื้องต้นเรื่องจำนวนและลักษณะการบันทึกภาพของกล้องในห้องประชุม ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานเลขานุการสภา กทม. เพื่อให้จัดส่งข้อมูลเทปการประชุมสภาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ช่วงเวลา 14.00 - 16.00 น. ทันที
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ประธานสภา กทม. ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ยื่นต่อสภา กทม. เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งคำร้องดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบรูปแบบและเนื้อหาจากสำนักงานเลขานุการสภาฯ เรียบร้อยแล้ว
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ประธานสภา กทม. ได้เร่งบรรจุวาระการประชุมสภา กทม. เพื่อให้สภาพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม และได้ออกคำสั่งขยายสมัยประชุมสภา กทm. จากเดิมที่จะหมดสมัยประชุมในวันที่ 12 สิงหาคม ออกไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม
การกำหนดวันประชุมสภา กทม. เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนั้น เนื่องจากช่วงระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน เป็นช่วงการพิจารณารายจ่ายงบประมาณ กทม. ซึ่ง ส.ก. ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และบางช่วงเวลามีการประชุมคณะอนุกรรมการพร้อมกันมากกว่า 20 คณะ การกำหนดวันประชุมสภา กทม. อย่างเร่งด่วนอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเสร็จสิ้นภายใน 45 วัน วันที่ 17 สิงหาคมจึงเป็นวันเร่งด่วนที่สุดที่คาดว่าจะมีการประชุมของคณะวิสามัญพิจารณางบประมาณเพียงคณะเดียว
ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ส.ก. ในฐานะสมาชิกสภาฯ จะต้องเป็นผู้เสนอชื่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 3 ท่าน หากมีการเสนอชื่อเกินกว่านั้น จะนำไปสู่การลงมติเพื่อหาข้อยุติ โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นอิสระ ก่อนเสนอผลการตรวจสอบต่อประธานสภา กทม. เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับต่อไป
ดิฉันยืนยันว่า ทั้ง ส.ก. และพี่น้องประชาชนจะได้รับความเป็นธรรม ภายใต้หลักฐาน ข้อเท็จจริง และกติกาเดียวกันอย่างเท่าเทียม ในสภากรุงเทพมหานครแห่งนี้อย่างแน่นอน ภัทราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย