ช็อก! ตร. เผยที่มาปืนบีบีกัน ที่ นร. ผู้ก่อเหตุ เคยนำไป รร. และถูกครูยึด
ช็อก! ตร. เผยที่มาปืนบีบีกัน ที่ นร. ผู้ก่อเหตุ เคยนำไป รร. และถูกครูยึด
ข่าวอาชญากรรม

ช็อก! ตร. เผยที่มาปืนบีบีกัน ที่ นร. ผู้ก่อเหตุ เคยนำไป รร. และถูกครูยึด

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรปลายบาง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนกรณีเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยรายละเอียดภายหลังการประชุม

พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว 17 ปาก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้ว ประกอบด้วยอาวุธปืน ปลอกกระสุน โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์พีซีของผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สำนวนคดีมีความครบถ้วน

จากแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าปัจจัยที่นำไปสู่เหตุการณ์มีหลายด้านประกอบกัน โดยมีทั้งปัญหาภายในครอบครัวจากการที่บิดามารดาแยกทางกัน ปัญหาด้านการเรียน และความขัดแย้งกับเพื่อน นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมการเสพสื่อสังคมออนไลน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงและอาชญากรรมมาเป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี

สำหรับอาวุธปืนที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นปืนของคุณปู่ ขณะที่กรณีอาวุธปืนบีบีกันซึ่งผู้ก่อเหตุเคยนำไปโรงเรียนและถูกครูยึดไว้ก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นอาวุธที่สั่งซื้อด้วยตนเองผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต

ด้านประวัติของผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลว่าเคยผ่านการฝึกยิงปืน หรือเคยเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตเวชมาก่อน

พล.ต.ต.อรรถพล ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้ปกครองและครูในการช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพฤติกรรมหรือสัญญาณที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยง พร้อมกำชับให้ผู้ปกครองเก็บรักษาอาวุธปืนภายในบ้านอย่างมิดชิดและปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสามารถเข้าถึงได้

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และเพิ่มกำลังสายตรวจดูแลพื้นที่โดยรอบโรงเรียนอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อรรถพล ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชน งดเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปเหตุการณ์และภาพความรุนแรงซ้ำ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าตำรวจจะเร่งดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ข้อเท็จจริงของคดีมีความชัดเจนรอบด้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ