ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. ร้องสอบอนุทิน-ผู้บริหาร รฟม. เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงซำรุดซ้ำซาก
ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. ร้องสอบอนุทิน-ผู้บริหาร รฟม. เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงซำรุดซ้ำซาก
ข่าวการเมือง

ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. ร้องสอบอนุทิน-ผู้บริหาร รฟม. เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงซำรุดซ้ำซาก

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (10 ก.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จจรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน มีความเห็น และวินิจฉัย กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

กรณีให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชนหลังตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT วงเวียนใหญ่เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เหตุที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ต้องถึงขั้นแจ้งปิดถนน ไม่พบผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียงแต่ประการใด แต่ข้อเท็จจริงคือ ปภ.ต้องสั่งปิดถนน กทม.ต้องประกาศห้ามใช้อาคารขางเคียงที่เอียงกว่า 20 ซม. ต้องสั่งอพยพชาวบ้านในรัศมี 30 เมตร 3 อาคารกว่า 60 คนออกไป

สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุน้ำรั่วไหลภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่านายกรัฐฒนตรีและรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแห่แหนกันไปสร้างภาพ ทำทีทำท่าตรวจดูสถานที่เมื่อกลางดึกของวันดังกล่าว พร้อมกับให้สัมภาษณ์เชิงโฆษณาชวนเชื่อต่อสื่อมวลชนว่าเหตุที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมสถานการณณ์ได้ ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อประชาชนไม่เหมือนเหตุที่เกิดหน้า รพ.วชิระ และยังบอกอีกว่าไม่ถึงขั้นต้องปิดถนน

ส่วนประธาน รฟม. ผู้ว่าฯ รฟม.และคณะที่ลงตรวจพื้นที่เช่นกันก็ยืนยันพร้อมออกแถลงการณ์ว่าเหตุที่เกิดไม่พบผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียงแต่ประการใด แต่ขณะนี้กลับพบว่าอาคารพาณิชย์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานี MRT เกิดการทรุดตัวกว่า 20 ซม. เขตคลองสานต้องออกประกาศห้ามใช้อาคาร ปภ.ต้องสั่งปิดถนนประชาธิปก เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงในเวลาต่อมา ชี้ให้เห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงภัยในขั้นสูง

การกล่าวและไขข้อความอันเป็นเท็จของนายกรัฐมนตรีและผู้บริหาร รฟม.ดังกล่าว อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 ประกอบ ป.แพ่งฯ มาตรา 423 และ ป.อาญา มาตรา 358 และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 ข้อ 15 ที่กำหนดว่าต้องให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนด้วยความถูกต้องครบถ้วนไม่บิดเบือน

ทั้งนี้ การเป็นผู้บริหารประเทศหรือผู้บริหารรหน่วยงานรัฐ ต้องถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่สร้างความเสี่ยงภัยต่อประชาชน เพียงแค่ต้องการสร้างภาพในสถานการณ์ที่คะแนนนิยมตกต่ำ ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวน มีความเห็น และวินิจฉัย เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ มิให้นักการเมืองและผู้บริหารหน่วยงานรัฐ มากระทำการในลักษณะเยี่ยงนี้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ