รมว. กลาโหมไทย ชี้แจง กรณีทหารเขมร เหยียบบึ้มที่ชายแดน
รมว. กลาโหมไทย ชี้แจง กรณีทหารเขมร เหยียบบึ้มที่ชายแดน
ข่าวการเมือง

รมว. กลาโหมไทย ชี้แจง กรณีทหารเขมร เหยียบบึ้มที่ชายแดน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงชี้แจงกรณีที่ทางการกัมพูชาระบุว่า ทหารไทยเป็นผู้ขว้างระเบิดจนทำให้กำลังพลของกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันหรือสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า จากการประเมินข้อมูลและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ มีความเป็นไปได้ว่า กำลังพลของกัมพูชาอาจได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดที่ถูกวางไว้เดิมในพื้นที่ปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการตรวจสอบว่ากำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บเป็นหน่วยที่เพิ่งเข้ามาผลัดเปลี่ยนกำลังในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เคยมีกับระเบิดซึ่งฝ่ายกัมพูชาวางไว้ในอดีต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า กองทัพไทยกำหนดมาตรการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลอย่างเข้มงวด โปร่งใส และยึดหลักกฎการปะทะ (Rules of Engagement) ที่มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่นอกเหนือจากคำสั่ง

พร้อมกันนี้ ย้ำว่า กำลังพลไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน กองทัพไทยยังคงมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ โดยยึดหลักกฎหมายและมาตรฐานสากล

พล.ท.อดุลย์ ยังกล่าวถึงแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ว่า ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน และไม่สามารถแยกขาดจากกันได้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมองว่า ต้นตอของสถานการณ์ความตึงเครียดในปัจจุบันเกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามเชื่อมโยงประเด็นพื้นที่ชายแดนเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลไทยและกองทัพในขณะนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนว่า รัฐบาลมีศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มขีดความสามารถ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ