วันที่ 23 เมษายน 2569 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น จากเดิมลบ 2 บาท เหลือ ลบ 5 บาทต่อลิตร มีผลถึงวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ พร้อมเตรียมลดเพิ่มอีก -3 บาท หลังจากนั้น โดยก่อนถึงกำหนดจะมีการประชุม กบง. อีกครั้ง และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้ เพื่อให้มีผลทันทีในวันถัดไป
การปรับลดครั้งนี้เกิดจากการคำนวณค่าการกลั่นในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งพบว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 14 บาทต่อลิตร กระทรวงจึงอนุญาตให้นำต้นทุนที่สูงผิดปกติ เช่น ค่าประกันและค่าขนส่ง มาพิจารณา โดยโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งต้องส่งตัวเลขต้นทุนจริงให้ตรวจสอบ และหากพบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกิน จะนำส่วนต่างดังกล่าวมาหักออกเพื่อลดราคา
รัฐมนตรีระบุว่า การคำนวณค่าการกลั่นพิจารณาทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งเบนซินและดีเซล โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน พบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินกว่า 5,000 ล้านบาท จึงนำมาลดราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นชนิดที่มีส่วนต่างราคาสูงในขณะนี้ ส่งผลให้ราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลอยู่ที่ -5 บาทต่อลิตร โดยไม่นับรวมส่วนลดเดิม 2 บาท ปัจจุบันคำนวณพบว่ายังมีส่วนเกินอีกประมาณ 4,000 ล้านบาท รวมแล้วมีเงินจากโรงกลั่นราว 10,000 ล้านบาทที่นำมาใช้ลดราคา
อย่างไรก็ตาม การลดราคาหน้าโรงกลั่นไม่ได้หมายความว่าราคาขายปลีกหน้าปั๊มจะลดลงทันที เพราะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ได้ 2 แนวทาง คือ ลดราคาขายปลีก หรือช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท หากไม่เร่งแก้ไข อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันในอนาคตสูงขึ้นเพื่อชดเชยหนี้
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ พบว่าราคาดีเซลปรับเพิ่มขึ้นถึง 3 บาทต่อลิตร แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ปรับราคาขายปลีก กระทรวงจึงต้องบริหารจัดการเงินส่วนนี้เพื่อพยุงราคาหน้าปั๊มให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเย็น เพื่อกำหนดราคาขายปลีกอีกครั้ง
รัฐมนตรีเน้นว่า การลดราคาหน้าโรงกลั่น -5 บาท ไม่ได้แปลว่าจะลดราคาหน้าปั๊มทันที และในอนาคตจะหลีกเลี่ยงการปรับราคาขึ้นลงแบบรุนแรง 5-6 บาทต่อลิตร หรือปรับลดครั้งละ 3-4 บาท แต่จะใช้วิธีทยอยปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังต้องอิงราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอรัฐบาลเพื่อขอกู้เงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาพยุงกองทุนน้ำมัน แต่จะไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนด และจะพยายามบริหารหนี้ผ่านการเจรจากับเจ้าหนี้ รวมถึงยืดระยะเวลาชำระหนี้ เพื่อลดภาระโดยไม่ต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้
รัฐมนตรีระบุว่า เดิมกองทุนขาดทุนวันละ 2,600 ล้านบาท เป้าหมายคือทำให้ขาดทุนลดลงเหลือวันละประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับชำระหนี้ พร้อมย้ำว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุงกองทุน
ในระยะยาว กระทรวงจะพยายามรักษาสถานะกองทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์คลี่คลาย ก็มีโอกาสทยอยลดราคาน้ำมันขายปลีกลง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันสำหรับกลุ่มเกษตรกร รถบรรทุก และไรเดอร์ โดยเฉพาะน้ำมันที่มีส่วนผสมชีวภาพ เช่น บี20 และบี7 ซึ่งได้รับการสนับสนุนมากกว่าน้ำมันทั่วไป