เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 21 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีธงชาติไทยสูญหายจากเสาธงในพื้นที่ยุทธศาสตร์ลักษณะ รูปตัวยู บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่า เรื่องนี้ต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อน ส่วนประเด็นการหารือกับฝ่ายกัมพูชานั้น ไทยยืนยันจุดยืนเดิมว่า การกำหนดวันเจรจาจะต้องเกิดจากความพร้อมร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กำหนดเพียงฝ่ายเดียว และเรื่องดังกล่าวจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อน
ต่อมาเมื่อถูกถามถึงแนวทางดำเนินการหากข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ย้ำว่า ยังต้องรอการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนเช่นเดิม โดยสำหรับการประชุม สมช. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 เมษายน มีรายงานว่าอาจมีการหยิบยกประเด็นการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543-2544 ขึ้นหารือ
โดย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่า ต้องการให้มีการพิจารณาเรื่อง MOU44 เป็นลำดับแรก ซึ่งเป็นส่วนที่ไทยมีแนวคิดจะดำเนินการยกเลิก ขณะเดียวกัน MOU43 ก็จะถูกนำมาหารือควบคู่กันไปด้วย ส่วนกลไกที่จะนำมาใช้ทดแทน MOU44 นั้น แม้จะมีแนวทางในใจแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากเป็นท่าทีที่ต้องใช้ในการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
ในประเด็นการปรับแก้ MOU43 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าข้อเสนอใดจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดท่าทีของไทยในการเจรจา ส่วนข้อกังวลจากฝ่ายกองทัพเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกินกรอบของ MOU43 นั้น รองนายกรัฐมนตรีชี้ว่า จำเป็นต้องพิจารณาในภาพรวม เนื่องจาก MOU43 ครอบคลุมทั้งเรื่องเขตแดนและความมั่นคงชายแดน ไม่ได้จำกัดเฉพาะการปักปันเขตแดนเพียงอย่างเดียว
สำหรับข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับแผนที่ที่ใช้ประกอบ MOU43 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่า ไทยไม่ได้พิจารณาเฉพาะแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เท่านั้น แต่ยังใช้เอกสารและข้อมูลอื่นประกอบการพิจารณาด้วย
ขณะที่คำถามถึงสถานะของแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่ฝ่ายกัมพูชาแนบใน MOU43 รองนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า แม้แผนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา แต่เนื้อหายังระบุชัดว่าการปักปันเขตแดนต้องยึดหลักสันปันน้ำเป็นสำคัญ ดังนั้น การพิจารณาจะต้องดูองค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน โดยไทยก็มีแผนที่ของตนเองที่สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องคำนึงถึงภาพรวมด้านความมั่นคงชายแดนเป็นหลัก