วันนี้ (8 เม.ย. 2569) เวลา 10.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เสนอให้ประกาศกฎอัยการศึกตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทั้งด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และความมั่นคง ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานโลก แม้ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอประมาณ 88 วัน แต่ราคาน้ำมันในประเทศกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวว่า จากข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันพบว่ามีบางส่วนที่ทำให้ราคาสูงเกินสมควร เช่น การอ้างอิงราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นกับตลาดสิงคโปร์ (MOPS) รวมถึงค่าการกลั่นที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนเมษายน 2569

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าอาจมีการกักตุนน้ำมันในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนรัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมัน ส่งผลให้เกิดส่วนต่างราคาและอาจมีผู้ได้รับผลประโยชน์จำนวนมาก
ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 6 ข้อ ได้แก่
1. ควบคุมโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง เพื่อกำหนดค่าการกลั่นไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร
2. ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นกับราคาสิงคโปร์
3. ควบคุมราคาสินค้าทุกประเภทไม่ให้ปรับขึ้น
4. ควบคุมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ พร้อมเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
5. ยกเลิกการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด
6. ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่กักตุนน้ำมันในช่วงวันที่ 1 มี.ค. - 6 เม.ย. 2569
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากปล่อยให้สถานการณ์ราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งค่าอาหาร ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

อย่างไรก็ตาม การยื่นหนังสือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางให้กองทัพพิจารณาใช้มาตรการพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน