พรรคประชาชาติ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง สส.กมลศักดิ์ ถูกลอบยิง
ข่าวการเมือง

พรรคประชาชาติ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง สส.กมลศักดิ์ ถูกลอบยิง

วันที่ 3 เมษายน 2569 พรรคประชาชาติออกแถลงการณ์กรณี สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกคนร้ายลอบยิงที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมเรียกร้องเร่งคลี่คลายคดีและทบทวนมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หลังพบพฤติการณ์ก่อเหตุเป็นขบวนการและอาจมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 01.05 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บริเวณหน้าบ้าน ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาส

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก โดยเบื้องต้นระบุว่าเป็นอาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอก พร้อมพบภาพรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีขาว ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องหน้ารถ การติดต่อสื่อสารก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 จำนวน 2 คน คือ นายสมพร ลังเดช และนายยศกร ลังเดช ซึ่งเป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน

จากนั้นมีการขยายผลเพิ่มเติม กระทั่งวันที่ 1 เมษายน 2569 ชุดคลี่คลายคดีร่วมกับหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด รวมถึงเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาส เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ที่บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พบการชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และอาวุธปืนที่เกี่ยวข้อง

พรรคประชาชาติระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการก่อเหตุแบบแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นคดีร้ายแรงและสร้างความสะเทือนขวัญ อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงที่อาจนำไปสู่ผู้บงการหรือผู้ว่าจ้าง

ทั้งนี้ คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้ร่วมกระทำความผิดและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง โดยพรรคประชาชาติได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1. ขอให้เจ้าหน้าที่แถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

2. หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะอยู่ในระดับหรือหน่วยงานใด ให้เรียกเข้าสอบสวนทันทีในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย

3. ตรวจสอบที่มาของรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว

4. เร่งสืบสวนเชิงลึกเพื่อติดตามตัวผู้บงการ ผู้ใช้จ้างวาน และเครือข่ายผู้สนับสนุน โดยไม่ควรหยุดเพียงการจับกุมผู้ปฏิบัติการ พร้อมใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสารเพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

สำหรับข้อเสนอมาตรการความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติเสนอว่า

1. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ควรลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริง รับฟังปัญหา และสั่งการดำเนินคดีด้านความมั่นคงอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

2. ทบทวนโครงสร้างและอัตรากำลังพล กอ.รมน.ระดับภาค ให้มีความรัดกุมและเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

3. นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล ศอ.บต. ควรทบทวนอำนาจหน้าที่ให้มีบทบาทด้านความเป็นธรรมทางคดีและการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต.

4. เร่งติดตาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลักดันทุกคดีความไม่สงบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่เฉพาะกรณีลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร