เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายในงาน Meet the Press หัวข้อ 1 เดือนในวิกฤตโลก แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ถึงแนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง โดยระบุว่ากระทรวงพาณิชย์ได้กำหนด 3 มาตรการหลัก เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชนและป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงสถานการณ์วิกฤต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการแรกคือการเข้มงวดสินค้าควบคุม โดยกระทรวงพาณิชย์เร่งทบทวนบัญชีสินค้าควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและบริการ จากเดิม 59 รายการ เพิ่มเป็น 66 รายการ พร้อมกำหนดให้สินค้าสำคัญอีก 6 รายการต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา และต้องแจ้งปริมาณรวมถึงคุณภาพเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรมการค้าภายในร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการแล้วกว่า 4,000 แห่ง และมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 400 เรื่อง ซึ่งดำเนินการแล้วมากกว่าครึ่ง
สำหรับมาตรการที่สอง เป็นการตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนน้ำมัน ตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล โดยแม้การกำหนดราคาน้ำมันจะอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน แต่กระทรวงพาณิชย์จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบต้นทุนตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงผู้บริโภค เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของค่าการกลั่น ค่าประกอบการ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การกำหนดราคาขั้นสุดท้ายยังคงเป็นไปตามกรอบกฎหมายของกระทรวงพลังงาน
ส่วนมาตรการที่สาม คือโครงการ ไทยช่วยไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยรวบรวมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือลดราคาเฉลี่ย 25-50% กระจายผ่านร้านค้าปลีกค้าส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเตรียมเปิดช่องทางออนไลน์สำหรับสินค้าชุมชน และขยายโครงการธงฟ้าลงพื้นที่กว่า 500 ชุมชนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม รวมถึงจัดหน่วยธงฟ้าเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาปุ๋ยว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและผลิตภัณฑ์ที่ต้องขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าติดค้างอยู่ 5 ลำ ส่งผลให้การนำเข้าวัตถุดิบชะงัก กระทรวงพาณิชย์จึงประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมหารือกับเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับสูตรปุ๋ย ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม การปรับราคาทุกกรณีต้องผ่านการอนุญาตตามกฎหมาย และจะตรวจสอบต้นทุนอย่างรอบคอบเพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชน นอกจากนี้ ยังเร่งเจรจาหาตลาดส่งออกใหม่ในแถบแอฟริกาและลาตินอเมริกา เพื่อรองรับสินค้าส่งออกของไทย เช่น ข้าว ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางในช่วงนี้