เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ กรณีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณี นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสส.พรรคภูมิใจไทย
กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578-3-95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ตามกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578-3-95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ.2527) และเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้
โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 ต่อมาวันที่ 7 ก.ย.2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
โดยไม่ปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด
กระทั่งนายสฤษฏ์พงษ์ ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สส.กระบี่ และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 นายสฤษฏ์พงษ์ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยปลูกปาล์มน้ำมันและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.ต่อ ป.ป.ช.
โดยแสดงรายการทรัพย์สินของตนและคู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง แปลงละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578-3-95 ไร่
การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์ ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว
และยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครองเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่งสส.
คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ต่อไป