วันนี้ (13 มี.ค. 69) เวลา 14.00 น. กลุ่ม PSC Thailand ร่วมกับเครือข่ายและประชาชนชาวมุสลิม รวมตัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากการรุกรานสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและรัฐอิสราเอล พร้อมประณามความรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดฮอร์โมซของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จนเป็นเหตุให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิตกว่า 168 คน
บรรยากาศการชุมนุม ประชาชนผู้ร่วมแสดงจุดยืนโบกธงชาติรัฐปาเลสไตน์และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมถึงชูป้ายข้อความต่อต้านการรุกรานของชาติมหาอำนาจและภาพของอายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านผู้ล่วงลับจากการโจมตีทางอากาศ เพื่อปลุกใจมวลชนและรำลึกถึงการยืนหยัดต่อสู้ ท่ามกลางการวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยของตำรวจควบคุมฝูงชนและตำรวจนอกเครื่องแบบ พร้อมนำรั้วเหล็กปิดกั้นทางเข้าซอยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยอย่างเข้มงวด

ตัวแทนกลุ่มและผู้สนับสนุนสลับกันขึ้นปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงและกล่าวสรรเสริญผู้นำศาสนาเพื่อปลุกใจมวลชน โดยระบุถึงคำมั่นสัญญาหลังการลอบสังหารอดีตผู้นำสูงสุดว่าจะไม่มีการหลั่งน้ำตา ปัจจุบันสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมีผู้นำคนใหม่ที่เข้มแข็งและแน่วแน่ พร้อมประกาศจุดยืนว่าสงครามจะไม่ยุติจนกว่ารัฐอิสราเอลจะถูกลบออกจากแผนที่โลก แต่ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ตกเป็นสนามรบอย่างแน่นอน ก่อนกล่าวทิ้งท้ายสาปแช่งรัฐอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาให้พินาศ

น.ส.พัชนีย์ คำหนัก ตัวแทนกลุ่ม PSC Thailand กล่าวปราศรัยย้ำเจตนารมณ์การสร้างสันติภาพและต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมรวมถึงการคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาคประชาชนจึงต้องออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและสร้างความยุติธรรมให้สังคมด้วยการปกป้องประชาชนชาวอิหร่านและปาเลสไตน์

นายสมชาย สายสวัสดิ์ รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย ระบุถึงการจัดกิจกรรมว่า ปกติจะจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนเพื่อเรียกร้องเสรีภาพให้ชาวปาเลสไตน์ แต่ปีนี้บริบทแตกต่างออกไปเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถูกลอบสังหารระหว่างเดือนถือศีลอด รวมถึงเหตุโจมตีที่คร่าชีวิตเด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมตั้งคำถามถึงความผิดของเด็กที่ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมครั้งนี้มุ่งแสดงพลังเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากมองว่าองค์การสหประชาชาติเพิกเฉยต่อการกระทำของรัฐอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา แต่กลับประณามสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เช่นเดียวกับท่าทีของกลุ่มโลกอาหรับ จึงตั้งคำถามถึงความชอบธรรมและประกาศจุดยืนไม่คาดหวังการเรียกร้องต่อองค์การสหประชาชาติและโลกอาหรับที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

สำหรับบทสรุปของสถานการณ์ความขัดแย้ง นายสมชาย ประเมินว่าสงครามจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐอเมริกาและรัฐอิสราเอลล่มสลายและหายไปจากแผนที่โลก
นายสมชาย เรียกร้องถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ให้วางตัวเป็นกลางและไม่เลือกข้างในความขัดแย้ง พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลไทยยังคงมีท่าทีเอนเอียงเข้าข้างสหรัฐอเมริกาและละทิ้งความยุติธรรม อาจส่งผลกระทบที่ไม่อาจคาดเดาได้ในอนาคต
เมื่อสอบถามถึงกรณีเรือมยุรีนารีถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย มองว่าเป็นผลจากการเพิกเฉยต่อคำเตือน พร้อมเปรียบเปรยสถานการณ์ว่าหากมีผู้บุกรุกรุกล้ำอาณาเขต ผู้ครอบครองอาวุธย่อมมีสิทธิป้องกันตัวและโจมตีก่อน
ช่วงท้ายของกิจกรรม ผู้ชุมนุมร่วมรำลึกเหตุการณ์ความรุนแรงและสวดดุอาอ์ขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้า พร้อมโบกธงชาติรัฐปาเลสไตน์และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ก่อนประกาศยุติการชุมนุมอย่างสงบในเวลา 16.00 น.
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน