นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการรับมือวิกฤตการณ์พลังงาน จากกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลักของโลก โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาออกมาตรการ "ตรึงราคาน้ำมันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน" เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาของผู้ค้า และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนโดยเร่งด่วน พร้อมเสนอแนวทางการบริหารจัดการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับการแก้ปัญหาในระยะสั้น จากกรณีที่มีรายงานว่ากระทรวงพลังงานเตรียมใช้พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 เพื่อห้ามการส่งออกน้ำมันนั้น ในทางปฏิบัติข้อกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจรัฐมนตรีเพียงการ "ห้ามจำหน่าย" แต่ไม่ครอบคลุมถึงการ "ห้ามส่งออก" ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่เป็นปัญหาภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด รัฐบาลควรพิจารณาบังคับใช้ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ในการประกาศห้ามส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการสั่งตรึงราคาน้ำมันในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอโมเดลจัดตั้ง ระบบคลังน้ำมันสำรองของประเทศ (Strategic Petroleum Reserve - SPR) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน แทนการพึ่งพากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มักก่อให้เกิดภาระหนี้สินสาธารณะมหาศาล โดยมีหลักการสำคัญคือ การเปลี่ยนรูปแบบจากการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เป็นการจัดเก็บสำรองเป็น "น้ำมันเชื้อเพลิง" จากผู้ค้าแทน เมื่อเกิดภาวะน้ำมันแพงในตลาดโลก รัฐบาลจะสามารถนำน้ำมันสำรองที่มีต้นทุนต่ำเหล่านั้น ออกมาจัดจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
นายพีระพันธุ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีอยู่ราว 60 วันนั้น เป็นเพียงน้ำมันหมุนเวียนเพื่อการค้าในระบบ ซึ่งหากเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนอย่างรุนแรง ปริมาณดังกล่าวจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว การจัดตั้งระบบคลังน้ำมันสำรองของประเทศจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสำรองน้ำมันของไทยได้อีกถึง 90 วัน
"พรรครวมไทยสร้างชาติได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายว่าด้วยคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม" นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย