เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ สส. โดยระบุว่านอกจากการประเมินผลเลือกตั้งและกำหนดทิศทางอนาคตของพรรคแล้ว ที่ประชุมให้ความสำคัญเร่งด่วน 2 เรื่องหลัก โดยเฉพาะกระแสปัญหาการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ซึ่งมีแนวโน้มลุกลาม และก่อให้เกิดข้อกังขาต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งสร้างความโปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม วิธีที่ดีที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง จำนวนบัตรเลือกตั้งทั้งสองระบบที่มีข้อสังเกตว่าแตกต่างกันในหลายพื้นที่ หากข้อมูลบ่งชี้ความผิดปกติ กกต.ต้องใช้อำนาจตามกฎหมาย ทั้งการสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในกรณีจำเป็น
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นรากฐานของความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย และเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคาและยืดเยื้อ จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมขอให้ผู้ที่ไม่พอใจใช้ความระมัดระวัง ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปสู่เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
สำหรับกรณีการนับคะแนนเขต 1 ชลบุรี ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน นายอภิสิทธิ์เห็นว่ากกต.ควรเร่งรัดดำเนินการ เพราะจากที่ดูเหมือนเป็นปัญหาเฉพาะจุด ได้ขยายไปหลายพื้นที่แล้ว เขาระบุว่า แม้ระเบียบครั้งนี้กำหนดให้ประกาศผล โดยเร็ว ไม่ได้ระบุกรอบ 5 วันเหมือนปี 2566 แต่ไม่ควรเกิน 5 วัน และยิ่งเปิดเผยข้อมูลเร็วเท่าใด ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมตรวจสอบได้มากขึ้น

ในประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ควรติดต่ออะไรทั้งสิ้น สิ่งที่ยืนยันได้ คือ พรรคได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขของการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลที่เคยพูดไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ก็ถือตามนั้นทุกประการ ไม่ต้องต่อสายชวนร่วมรัฐบาล พร้อมระบุว่า หากต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็พร้อม และหากรัฐบาลบริหารอย่างโปร่งใสก็ไม่มีเหตุให้ต้องกังวล
ส่วนกรอบเวลาจัดตั้งรัฐบาลนั้น เขาเห็นว่ายังต้องรอความชัดเจนจากกระบวนการรับรองผลของกกต. ซึ่งตามกฎหมายมีเวลา 60 วัน ยิ่งมีข้อสงสัยก็ยิ่งต้องใช้เวลาให้รอบคอบ ทั้งนี้ยอมรับว่ากกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อน และครั้งนี้ข้อครหากระทบถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้งโดยตรง จึงต้องเร่งสร้างความชัดเจนเพื่อไม่ให้ความไม่เชื่อมั่นลุกลาม
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความเสี่ยงต่อความวุ่นวายหรือการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า หากกระบวนการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ ย่อมเกิดแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทาง พร้อมย้ำว่าความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่หากกระบวนการถูกต้องและตรวจสอบได้ ทุกฝ่ายก็สามารถยอมรับผลและเดินหน้าประเทศต่อไปได้
ท้ายที่สุด นายอภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคมีคณะทำงานช่วยเหลือผู้สมัครที่ยื่นร้องเรียนในบางพื้นที่ และพร้อมวิเคราะห์ข้อมูลทันทีหากกกต.เปิดเผยตัวเลขทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดหรือมีลักษณะเป็นกระบวนการ พร้อมย้ำว่าความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์และรักษาความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย