เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า คะแนนเสียงของพรรคขณะนี้ค่อนข้างนิ่งแล้ว โดยได้จำนวน สส.รวม 58 ที่นั่ง เหลือเพียงในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่อที่อาจมีการปรับตัวเลขตามการคำนวณใหม่
สำหรับกรณีกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ในหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดพะเยา ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ที่ตนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งระบุว่า ข้องใจนับใหม่ได้ พร้อมเสมอครับ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา โดยยืนยันว่าไม่ได้มองเป็นกระแสทางการเมือง หากจะมีการนับใหม่ก็พร้อมเสมอ เพราะจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงประเด็นประชากรแฝงที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ว่ามีสิทธิเลือกตั้งถูกต้องหรือไม่
สำหรับการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะพิจารณาและแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลนั้น ยอมรับว่ายังมีการหารือกันอยู่ แต่เมื่อเกิดกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ อาจต้องรอให้สถานการณ์มีความชัดเจนก่อนจึงจะเดินหน้าต่อได้ พร้อมประเมินจากประสบการณ์ทางการเมืองว่า หากมีปัญหาเกี่ยวกับการนับคะแนน การจัดตั้งรัฐบาลอาจล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตาม ตามกรอบรัฐธรรมนูญ หากประกาศรับรองผลได้เกินร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน ก็สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้
เมื่อถูกถามถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรมว่าจะพร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า นักการเมืองต้องทำหน้าที่ได้ทั้งสองฝ่าย แต่ยืนยันว่าพรรคเดินมาถูกทางแล้ว และในฐานะ เป็น สส. ก็ต้องดูแลพื้นที่และประชาชน
ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย พร้อมสมาชิกบางส่วน ได้เดินทางมาแสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรม โดยกล่าวว่า ผมเชียร์ท่านตลอดนะครับ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบกลับว่า ผมเห็นท่านเชียร์พรรครวมไทยสร้างชาติตลอด ทำให้นายปราโมทย์มีสีหน้าเก้อเขินเล็กน้อย ก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัส จะเดินขึ้นห้องทำงานในเวลาต่อมา