ไม่รอด! ป.ป.ช.เอาจริง ชี้มูลผิดอดีตนายก ทต.กาบเชิง กับพวก
ข่าวการเมือง

ไม่รอด! ป.ป.ช.เอาจริง ชี้มูลผิดอดีตนายก ทต.กาบเชิง กับพวก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงมติชี้มูลความผิดกรณีการจัดจ้างกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายโอฬาร อยู่กาญจนเศรษฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลกาบเชิง กับพวก กรณีดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดขยะมูลฝอย โดยว่าจ้างผู้รับจ้างที่มีสถานที่กำจัดขยะตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่เป็นไปตามร่างขอบเขตของงาน (TOR)

จากการไต่สวนพบว่า ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2562 นายโอฬารได้ดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีเฉพาะเจาะจงรวม 3 ครั้ง โดยเป็นผู้นำใบเสนอราคาของผู้ประกอบการในนาม น.ส.อรุณวรรณ อุทธิเสน มามอบให้เจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อดำเนินการจัดจ้าง

ทั้งนี้ น.ส.อรุณวรรณไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้รับจ้างตาม TOR เนื่องจากสถานที่กำจัดขยะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งมน-บักได-ตาเบา แปลงที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้อนุญาตให้จังหวัดสุรินทร์จัดสรรให้ราษฎรผู้อพยพใช้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน

ต่อมา คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เสนอราคาไม่เป็นไปตาม TOR และเสนอให้สรรหาผู้รับจ้างรายใหม่ที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม นายโอฬารกลับมีคำสั่งให้ดำเนินการว่าจ้างต่อไป และได้ลงนามในสัญญาจ้างให้ น.ส.อรุณวรรณ เป็นผู้รับเหมาบริการกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกาบเชิง พร้อมทั้งอนุมัติการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง

การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เทศบาลตำบลกาบเชิงได้รับความเสียหาย

คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่า การกระทำของนายโอฬาร มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 รวมถึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

ส่วนการกระทำของ น.ส.อรุณวรรณ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

ป.ป.ช.ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณา และส่งเรื่องไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป