โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกที ประชาชนคนไทยกำลังจะได้รู้แล้วว่าใครจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย พรรคการเมืองใดจะได้เข้ามาบริหารประเทศ เดี๋ยวจะได้รู้กันในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ล่าสุด ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ออกมาเฉลยว่า ตอนนี้แคนดิเดตคนไหน FC แน่น หรือ พรรคไหนที่กำลังมีกระแสแบบสุด ๆ รวมไปถึงเปิดชื่อม้ามืดสุดช็อก ที่ไต่อันดับขึ้นมาแบบเงียบ ๆ
ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
1) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : พรรคประชาชน
ยังคงครองอันดับ 1 ที่คะแนน 33.80% จากเดิม 31.99% โดยคะแนนส่วนใหญ่มาจากฐานเสียงเดิมที่ชื่นชอบในตัวบุคคลอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่อันดับ 1 แต่คะแนนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เริ่มมีลักษณะคงตัว เนื่องจากมีข่าวการทุจริตของ สส. ในพรรค ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่คาดหวังความโปร่งใส
2) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ : พรรคเพื่อไทย
คะแนนดีดตัวสูงขึ้นเป็น 20.98% จากเดิม 17.45% คาดว่าเป็นผลจาก รีแบรนด์ ของพรรคเพื่อไทย ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของยศชนันที่น่าสนใจ บุคลิกอ่อนน้อมถ่อมตนถูกจริตคนไทย การลงพื้นที่ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้น่าจะได้ใจกลุ่ม Swing Voter (คนที่ยังไม่ตัดสินใจ) ไปไม่น้อย
3) นายอนุทิน ชาญวีรกูล : พรรคภูมิใจไทย
คะแนนค่อนข้างนิ่ง จากเดิม 15.14% เพิ่มเป็น 17.23%
4) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : พรรคประชาธิปัตย์
คะแนนค่อนข้างนิ่ง จากเดิม 10.81% เพิ่มเป็น 11.24%
5) นายธรรมนัส พรหมเผ่า : พรรคกล้าธรรม
คะแนนพุ่งแรงที่สุดในเหล่าแคนดิเดต จาก 1.57% มาเป็น 4.85% คาดว่าเป็นผลจากการลงพื้นที่อย่างหนัก และนโยบายด้านการเกษตรและปากท้องที่ประชาชนสนใจ รวมถึงมีสส.ที่โดดเด่นหลายคนย้ายพรรคเข้ามาในสังกัด ก็ส่งผลต่อคะแนนความนิยม
ตัวแปรลับพลิกเกมหลายล้านเสียง
ในบรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมีกลุ่มที่ ยังไม่ตัดสินใจ อยู่จำนวนมาก สะท้อนได้จากโพลความนิยมพรรคการเมืองแบบปาร์ตี้ลิสต์ มีกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจอยู่ 3.31% และ โพลความนิยม สส.เขต มีกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ 4.02% หากเฉลี่ยแล้วจะคิดเป็นราว 3.97% พบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานอายุ 30-49 ปี (Gen X และ Gen Y) เป็นกลุ่มที่ตัดสินใจจากประสบการณ์การเมืองที่เคยพบเจอ หากคำนวณเป็นตัวเลข จะมีสูงถึง 2 ล้านเสียง ซึ่งสามารถเปลี่ยนผลที่นั่ง ส.ส. ได้ถึง 5-6 ที่นั่ง เลยทีเดียว
ดังนั้น กลุ่มนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่น่าจับตามองว่าใครจะเข้ามาดึงคะแนนเสียงไปได้ในท้ายที่สุด
อ้างอิงข้อมูลจาก สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,269 คน รอบระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 69 ทั้งแบบออนไลน์และภาคสนาม
