ในช่วงนี้ สังคมให้ความสนใจต่อกระแสการเลือกตั้งปี 2569 อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้มีการสำรวจความคิดเห็นและการจัดทำโพลการเมืองจากหลายสำนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินทิศทางและความเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยมพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นคือผลการวิเคราะห์จาก นิด้าโพล ซึ่งได้สะท้อนภาพรวมสถานการณ์ทางการเมืองและแนวโน้มการเลือกตั้งล่าสุดอย่างน่าสนใจ
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ จับตาประเทศไทย ทางสถานีโทรทัศน์ช่องดัง โดยเปิดเผยผลการวิเคราะห์กระแสการเลือกตั้งล่าสุดว่า ภาพรวมสถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลสำรวจที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) มีแนวโน้มจะได้อันดับหนึ่งในระดับประเทศ แม้คะแนนนิยมรวมจะอยู่ในช่วงประมาณร้อยละ 21–22 ก็ตาม
ผศ.ดร.สุวิชา ระบุว่า จุดแข็งสำคัญของพรรคภูมิใจไทยคือการมีเครือข่าย บ้านใหญ่ และฐานการเมืองในต่างจังหวัดจำนวนมาก ประกอบกับการดึงบุคคลที่มีภาพลักษณ์เป็นมืออาชีพและได้รับการยอมรับจากชนชั้นกลางเข้ามาเสริมทัพ ส่งผลให้พรรคสามารถขยายฐานคะแนนจากเดิมที่มุ่งเน้นกลุ่มเกษตรกรและแรงงาน ไปสู่กลุ่มชนชั้นกลางในเขตเมืองได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่พรรคประชาชน แม้จะยังคงมีฐานคะแนนที่เข้มแข็งในกรุงเทพมหานคร และมีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกตั้ง สส. เขตถึงประมาณ 32–33 เขต แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นเพียงการเพิ่มจำนวนที่นั่งจากเดิมในระดับจำกัด และไม่ส่งผลต่อภาพรวมจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางตรงกันข้าม พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาคะแนนนิยมที่ลดลงในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตเมืองของจังหวัดสำคัญ เช่น ชลบุรีและเชียงใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มจะสูญเสียที่นั่งให้แก่พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้จำนวนที่นั่ง สส. ในภาพรวมระดับประเทศลดลง แม้ว่ากระแสความนิยมในกรุงเทพมหานครจะยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม
สำหรับกรุงเทพมหานคร ผศ.ดร.สุวิชาเห็นว่า พรรคการเมืองอื่นที่ต้องการชิงที่นั่งจากพรรคประชาชน จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ เลือกเขต เจาะเขต ไม่สามารถกระจายกำลังหาเสียงครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ได้ โดยคะแนนเสียงที่กระจุกตัวในบางเขตเท่านั้นที่จะสร้างโอกาสในการเอาชนะได้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมดแล้ว ประเมินได้ว่านี่คือที่มาของกระแสที่เรียกว่า น้ำเงินแซงส้ม กล่าวคือ พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่งในระดับประเทศ ขณะที่พรรคประชาชนยังคงได้เปรียบในกรุงเทพมหานคร แต่กำลังสูญเสียพื้นที่สำคัญในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณข้อมูล topnews