วันที่ 6 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ เดินทางพร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคทางเลือกใหม่ ครบ 7 เขต ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณท่าน้ำปากเกร็ด และห้างเมเจอร์ปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยบรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา

นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือเป็นจุดหาเสียงที่ 2 หลังจากช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตประชาชื่น กรุงเทพมหานคร โดยตั้งใจมาช่วยผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรคทางเลือกใหม่ ทั้ง 7 เขต (ยกเว้นเขต 1 ที่พรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร) พร้อมปราศรัยนโยบายสำคัญของพรรค ไม่ว่าจะเป็นเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก เดือนละ 3,000 บาท นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาทต่อครัวเรือน ครอบคลุม 25 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 9 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่ม GDP ประมาณ 5% และคาดว่าจะมีเงินรีเทิร์นกลับสู่รัฐบาลราว 2 แสนล้านบาท รวมถึงนโยบายเงินผู้สูงอายุและผู้พิการ 3,000 บาทต่อเดือน โดยใช้แหล่งเงินจากดอกเบี้ยเงินเจ้าบ้าน ภาษีรีเทิร์น และโครงการหวยบนดินที่กองสลากจะรับแทงเองทั่วประเทศ ปีละ 24 งวด คาดมีรายได้ราว 3 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เน้นย้ำว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือเรื่อง “ความมั่นคงของประเทศ” โดยพรรคทางเลือกใหม่ต้องการเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังพล 2 แสนนาย เสริมยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ ทั้งขีปนาวุธ เรือดำน้ำ และอาวุธที่ทันสมัย เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

วันนี้กรณีข่าวช่วงเช้าที่กองทัพกัมพูชาอ้างว่าเกิดเหตุปืนลั่นใส่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี นั้นทางฝ่ายไทยกลับมองเป็นอุบัติเหตุและเตรียมโต้ตอบในระดับเดียวกัน ตนตั้งคำถามว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไทยต้องกลัวกัมพูชา หรือกลัวว่าหากเกิดการสู้รบจะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป พร้อมย้ำว่า เรื่องแผ่นดินไทยและศักดิ์ศรีของคนไทยต้องมาก่อนการเลือกตั้ง ไม่ควรประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า หากฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าปืนลั่นในระยะเพียง 2 กิโลเมตร ไทยก็ควร “ทำไข่เบอร์ศูนย์ลั่น” กลับไปที่บ้านฮุน เซน หรือส่งเครื่องบินรบ F-16 หรือกริพเพน ไปถล่มบ้านฮุน เซน หรือบ้านเมียน้อยฮุน เซน เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวและเกรงใจ หากเขาโต้ตอบมาแรง ไทยก็ต้องตอบโต้กลับให้แรงกว่า จะได้หลาบจำ ยอมรับว่ารู้สึกหงุดหงิดกับการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มองว่าอ่อนแอ หน่อมแหน่ม และไม่กล้าปกป้องประเทศ

หากพรรคทางเลือกใหม่ได้รับความไว้วางใจและสามารถเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาลได้ ตนขอคุมกระทรวงกลาโหม และหากตนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อใดที่ฮุน เซน ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดจนขาขาด ตนจะสั่งเครื่องบินขึ้นบินไปวางระเบิดบ้านฮุน เซน ภายใน 15 นาทีทันที หรือส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปจัดการ เพราะฮุน เซน มีหมายจับอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลไทยยังไม่กล้าออกหมายจับอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังประนีประนอมอยู่
นายมงคลกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศกัมพูชามีพื้นที่เล็กกว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า แต่กลับแสดงท่าทีไม่ให้เกียรติประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่าคนไทยจะยอมได้หรือไม่ พร้อมกล่าวหาว่าผู้นำรัฐบาลปัจจุบันนำศักดิ์ศรีของคนไทยไปขาย และยืนยันว่าตนจะเป็นตัวแทนของประชาชนในการกอบกู้ศักดิ์ศรีของประเทศและคนไทยกลับคืนมา
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน