วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงจุดยืนตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ พร้อมประกาศว่า ปีใหม่นี้จะเป็นปีแห่งการทลายวาทกรรมที่ด้อยค่ากองทัพและความเป็นทหาร ซึ่งมีอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ มีทหารไว้ทำไม, ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ และวาทกรรมเรื่องทหารชั้นผู้น้อยหรือทหารระดับล่าง
เจ้ากรมข่าวทหารบกระบุว่า วาทกรรมแรก มีทหารไว้ทำไม เป็นการสื่อสารที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทหารทั้งกองทัพ แม้บางฝ่ายจะอ้างว่าไม่ได้หมายถึงทหารตามแนวชายแดน แต่หมายถึงทหารที่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทว่าการใช้ถ้อยคำดังกล่าวกลับกระทบต่อทหารทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนวาทกรรมที่สอง ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ เป็นการด้อยค่าขีดความสามารถของกองทัพ เพื่อลดความชอบธรรมในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และชี้นำให้มองว่างบประมาณควรถูกนำไปใช้ด้านอื่นแทน
ขณะที่วาทกรรมที่สาม เรื่องทหารชั้นผู้น้อยหรือทหารระดับล่าง ถูกมองว่าเป็นการสร้างความแตกแยกภายในกองทัพ แบ่งแยกระหว่างพลทหาร นายทหารชั้นประทวน นายทหารสัญญาบัตร และนายทหารชั้นนายพล ทั้งที่ทุกระดับมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน แต่ทำงานร่วมกันในฐานะทีมเดียว
พลโทธีรนันท์ ระบุว่า จากสถานการณ์การสู้รบกับเขมรในช่วงที่ผ่านมา 2 ครั้ง ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถตอบคำถามและหักล้างวาทกรรมทั้งสามได้อย่างชัดเจน โดยชี้ว่า ทหารก็เหมือนอาชีพอื่น มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมไม่ใช่คำตอบ พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังพรรคการเมืองที่ส่งออกวาทกรรมเหล่านี้ว่า ในเมื่อมีนักการเมืองบางคนพัวพันคดีฉ้อโกง ยาเสพติด หรือการล่วงละเมิดทางเพศ เราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมีพรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม
สำหรับประเด็นทหารไทยรบยังไงก็แพ้ เจ้ากรมข่าวทหารบกย้ำว่า เหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมาเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นมืออาชีพและศักยภาพในการปฏิบัติการของทหารไทย ขณะที่เรื่องการแบ่งชั้นวรรณะในกองทัพนั้น ยืนยันว่า เมื่ออยู่ในสนามรบ ทุกคนคือสหายร่วมรบ เพราะกระสุนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นว่า เป็นการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนและการบังคับบัญชาที่เป็นเอกภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง รวมถึงนายพลหลายตำแหน่ง ลงพื้นที่อยู่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ตอนท้าย พลโทธีรนันท์ สรุปว่า ต่อให้ประชาชนจะชอบหรือไม่ชอบกองทัพ กองทัพก็ยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไป แต่ขออย่าด้อยค่าการทำงานของทหาร เพราะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่จริง พร้อมขอให้การทำงานของทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร พลเรือน และนักการเมือง ไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงทางการเมืองมากจนเกินไป