รู้จัก เทคโนแครต การเมืองไทย ผ่านเส้นทาง รมว.พาณิชย์ ศุภจี
ข่าวการเมือง

รู้จัก เทคโนแครต การเมืองไทย ผ่านเส้นทาง รมว.พาณิชย์ ศุภจี

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทิศทางการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกขึ้นแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยมาตรการลดค่าครองชีพ การปกป้องผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยี AI การเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ รวมถึงการบริหารจัดการข้าว 21.8 ล้านตัน

การอภิปรายครั้งนี้สะท้อนภาพที่ต่างจากการเมืองไทยแบบเดิมอย่างชัดเจน เป็นการถกเถียงเชิงข้อมูล แสดงเหตุผลเป็นระบบ และอธิบายมาตรการอย่างมีหลักฐานรองรับ จนหลายฝ่ายจับตามองว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของการกลับมาของ เทคโนแครต ในรัฐบาลไทยยุคใหม่ ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

คำว่า เทคโนแครต (Technocrat) ผสมจาก Technology + Cracy (อำนาจ) หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ เหตุผล ข้อมูล และองค์ความรู้ทางวิชาการ ในการออกแบบนโยบาย มากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง

ในบริบทไทย ความหมายของเทคโนแครตแปรไปตามยุค เช่น

ยุคเริ่มต้นหลัง 2475

เทคโนแครตคือ “ข้าราชการมืออาชีพ” ในกระทรวงเศรษฐกิจ การคลัง แบงก์ชาติ วางฐานราชการสมัยใหม่ แม้ยังไม่โดดเด่นทางการเมืองแต่มีบทบาทเชิงเทคนิคสูง

ยุคทอง สมัยสฤษดิ์-ถนอม

เป็นช่วงที่เทคโนแครตสยายปีก ทำงานด้านแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ เช่น

- ป๋วย อึ๊งภากรณ์

- สัญญา สัญญาวิวัฒน์

- สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง

รัฐบาลทหารใช้ความชอบธรรมทางเทคนิคผ่านผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้

ยุคกึ่งประชาธิปไตย 2530-2540

เทคโนแครตลดบทบาทด้านอำนาจตรง แต่ทำงานเป็นที่ปรึกษาและรัฐมนตรีเทคนิค เช่น ทีมเศรษฐกิจยุคเปรม-ชาติชาย เน้นการร่วมมือเชิงนโยบายกับนักการเมือง

ยุคธุรกิจการเมือง 2540-2560

หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง เทคโนแครตถูกรวมเข้ากับโครงสร้างพรรคการเมือง เช่น นโยบายประชานิยม ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจยุคทักษิณ เป็น ผู้เชี่ยวชาญสนับสนุน

ยุครัฐประหาร 2557-2566

เทคโนแครตอยู่ภายใต้กรอบอำนาจ คสช. หลายมาตรการจึงถูกวิจารณ์ว่า ขาดอิสระทางวิชาการ

ยุคใหม่หลังเลือกตั้ง 2566

รัฐบาลผสมของอนุทิน ดึงผู้บริหารจากภาคเอกชนเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีมากขึ้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ มืออาชีพ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เทคโนแครตจึงกลับมาเป็นคำสำคัญของการเมืองไทยอีกครั้ง

ศุภจี คือ หนึ่งในบุคคลที่ถูกชูขึ้นมาสะท้อนทิศทางใหม่ของรัฐบาล เธอมาจากสายบริหารมืออาชีพโดยแท้ ผ่านประสบการณ์ใน

- IBM ระดับภูมิภาค

- ไทยคม (ทำกำไรพุ่ง 548% ในปีแรก)

- ดุสิตธานี (กอบกู้ธุรกิจโรงแรมในยุคโควิดโดย ไม่ปลดพนักงาน)

การแถลงนโยบายของเธอจึงเต็มไปด้วยโครงสร้าง คำอธิบายชัดเจน และข้อมูลเชิงระบบ-แตกต่างจากภาพการอภิปรายเชิงวาทกรรมแบบเดิมที่สภาฯ เคยชิน

การดึงศุภจีเข้ามาร่วมทีมเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการเติมโควตาคนนอก แต่เป็น ยุทธศาสตร์ทางการเมือง ของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการปรับภาพจากพรรคท้องถิ่น สู่พรรคที่สามารถบริหารเศรษฐกิจระดับประเทศ

เธอจึงกลายเป็น หน้าใหม่ ของรัฐบาลอนุทินที่สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพจากภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทเชิงนโยบายมากขึ้น

บทบาทของเทคโนแครตใน ครม. ชุดปัจจุบันมีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ ภาคธุรกิจ , นักลงทุน , ชนชั้นกลางในเมืองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องการนโยบายเชิงโครงสร้างจริงจัง

ศุภจีจึงทำหน้าที่เป็นเหมือน สะพานเชื่อม ระหว่างการเมืองและภาคธุรกิจ เป็นทั้ง สัญลักษณ์ของความมืออาชีพ และเครื่องมือเสริมศรัทธา ให้รัฐบาลใหม่ในการทำงานบนเวทีโลกและนี่คือบททดสอบสำคัญของ เทคโนแครตยุคใหม่ ในการเมืองไทยยุคผสมหลากหลายที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี

ชมคลิป

ข่าวที่คุณอาจสนใจ