เว็บไซต์ Sina รายงานว่า หลังจากหย่าร้าง “เฉินเหยียนซี” หันมารับงานรายการวาไรตี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อหารายได้เลี้ยงดูลูกชาย โดยล่าสุดเธอได้ปรากฏตัวในรายการ ดังและเปิดใจถึงชีวิตแต่งงานที่พังลงเป็นครั้งแรก

เฉินเหยียนซียืนยันว่า เธอไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจแต่งงานและมีลูก เพราะสำหรับเธอแล้ว ลูกชายคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ขณะที่เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิต
นักแสดงสาวยังคงเชื่อในความรัก แต่ยอมรับว่าเธอไม่เชื่ออีกต่อไปว่า “ความรักจะคงอยู่ตลอดไป”
เมื่อครั้งที่เฉินเหยียนซีตัดสินใจหย่าร้าง เพื่อนๆ ต่างรู้สึกเสียดาย เพราะมองว่าเธอต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายในชีวิตคู่เร็วเกินไป โดยเธอกล่าวว่า
“ความเสียดายย่อมมีแน่นอน แต่แต่ละคนก็มีโชคชะตาที่แตกต่างกัน คนเราไม่สามารถสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง อย่างไรก็ต้องมีบางสิ่งถูกพรากไป”
เฉินเหยียนซีเลือกที่จะสงบใจและยอมรับคลื่นลมที่เข้ามาในชีวิต ก่อนเดินหน้าต่อไป เธอยังเปิดเผยด้วยว่า ในอนาคตไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปแต่งงานอีก เพราะสำหรับเธอแล้ว การแต่งงานไม่ใช่สิ่งจำเป็นหรือทางเลือกที่ทุกคนต้องมีในชีวิต
“ในโลกของผู้ใหญ่ การได้รู้สึกหวั่นไหวกับใครสักคน เป็นเรื่องที่หาได้ยากเหลือเกิน” นักแสดงสาวกล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 “เฉินเสี่ยว” และ “เฉินเหยียนซี” ต่างออกแถลงการณ์ประกาศการหย่าร้างพร้อมกัน เป็นการยุติชีวิตคู่ที่ยาวนานถึง 9 ปี ท่ามกลางกระแสข่าวและประเด็นดราม่ามากมาย
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า เฉินเสี่ยวได้ย้ายออกจากบ้านไปนานกว่า 1 ปีแล้ว และตัดสินใจยุติการติดต่อกับภรรยาและลูกอย่างเด็ดขาด
ความสัมพันธ์ของคู่รักจากซีรีส์ มังกรหยก ภาค 2 หรือ The Return of the Condor Heroes ถูกจับตามองมาตั้งแต่เริ่มแต่งงาน โดยทั้งคู่มักตกเป็นข่าวว่าความสัมพันธ์มีปัญหาและอาจหย่าร้างกันอยู่บ่อยครั้ง ช่วงแรกทั้งสองคนออกมาปฏิเสธข่าว ขณะเดียวกันก็พยายามแสดงออกผ่านการกระทำเพื่อยืนยันว่าชีวิตคู่ยังคงมีความสุข
อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ถูกกล่าวว่าตกอยู่ท่ามกลางกระแสข่าวโจมตีและพาดพิงกันผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการออกรายการวาไรตี้ เฉินเหยียนซีเคยเปิดเผยเรื่องราวภายในชีวิตคู่หลายครั้ง แม้จะเป็นเพียงคำพูดเชิงตัดพ้อแบบลอยๆ แต่กลับทำให้ภาพของเฉินเสี่ยวถูกมองว่าเป็นสามีที่เย็นชาและไม่ใส่ใจภรรยา
นักแสดงสาวเคยเล่าว่า เธอต้องเป็นฝ่ายกล้าชวนเฉินเสี่ยวออกไปกินข้าวในวันเกิดของตัวเอง โดยตลอดหนึ่งปี ทั้งคู่แทบจะออกไปกินข้าวด้วยกันเพียงครั้งเดียว คือในวันเกิดของเธอเท่านั้น นอกจากนี้ เฉินเหยียนซียังเปิดเผยว่า หลังแต่งงานมาตลอดทั้งปี เธอแทบไม่ได้รับของขวัญจากสามีเลย
อีกครั้งหนึ่ง เฉินเสี่ยวเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณียังคงสูบบุหรี่ แม้ในช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ รวมถึงยังสูบบุหรี่ในเวลาที่อยู่กับภรรยาและลูก
ขณะเดียวกัน เฉินเหยียนซีเองก็ได้รับบาดแผลทางความรู้สึกจากชีวิตแต่งงานเช่นกัน โดยเธอเคยถูกสามีตำหนิว่าเป็นคนดูแลยาก อีกทั้งยังมีประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตที่ถูกนำกลับมาพูดถึงและกลายเป็นข่าวอื้อฉาว
นอกจากนี้ เฉินเหยียนซียังเคยตกเป็นข่าวว่ามีความสัมพันธ์กับชายอื่นในช่วงที่เฉินเสี่ยวเดินทางไปถ่ายทำละคร ซึ่งประเด็นดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งข่าวลือที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับชีวิตคู่ของทั้งสองคน
ตลอดระยะเวลา 9 ปีของชีวิตแต่งงาน เฉินเหยียนซีทุ่มเททั้งเวลาและแรงกายให้กับครอบครัวอย่างมาก หลังแต่งงาน เธอลดงานในวงการลงและใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลลูก
การห่างหายจากงานแสดงและไม่ได้มุ่งเน้นเส้นทางอาชีพอย่างเต็มที่เป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้สถานการณ์ด้านการงานของนักแสดงสาวอยู่ในภาวะไม่มั่นคง ขณะที่ชื่อเสียงและกระแสความนิยมของเธอก็ค่อยๆ ลดลงตามไปด้วย