เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีข่าวลือนางเอกยุค 90 เปิดศึกชิงสิทธิ์ดูแลนักธุรกิจหมื่นล้านที่กำลังป่วย จนถูกจับตาว่าหญิงสาวที่ถูกพูดถึงคือ จอย บียอนด์ หรือ หทัยทิพย์ สีสังข์ ล่าสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จอยพร้อมทนายความตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่โรงแรม Mida Hotel Don Mueang Airport เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าเป็นภรรยาของเจ้าสัวจริง โดยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานถึง 30 ปี แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส

จอยเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพยายามเก็บเรื่องชีวิตคู่เป็นความลับ เพราะไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็น ภรรยาเจ้าสัว หรือเข้าหาเพราะเรื่องทรัพย์สิน โดยยืนยันว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอทำหน้าที่ภรรยาอย่างเต็มที่ ขณะที่เรื่องทรัพย์สินไม่ใช่เหตุผลที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวในครั้งนี้ เพราะหากคิดเรื่องเงินคงดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของความสัมพันธ์แล้ว
สำหรับปมปัญหาที่เกิดขึ้น จอยระบุว่า สามีซึ่งอายุใกล้ 80 ปี และกำลังป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ไม่ได้อยู่ในภาวะติดเตียง และเธอต้องการกลับไปดูแลสามีเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าบ้านเป็นเวลานานถึง 9 เดือน โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้คิดถึงขั้นฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ์ทางกฎหมาย เพียงต้องการใช้ชีวิตตามปกติและได้พบสามีอีกครั้ง เพื่อดูแลให้มีความสุขและได้รับสิ่งที่เขาชื่นชอบ

ด้านทนายความระบุว่า ประเด็นสิทธิในการดูแลผู้ป่วยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย โดยทั้งญาติและภรรยาต่างมีบทบาทในการดูแล ขณะที่หากจะมีการแต่งตั้งผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาล กรณีผู้ป่วยเข้าข่ายคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ จะต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา พร้อมมองว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแล โดยคำนึงถึงประโยชน์และความสุขของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
จอยยังเปิดใจถึงความรู้สึกตลอดช่วง 9 เดือนที่ไม่ได้พบสามีว่า เป็นช่วงเวลาที่กระทบจิตใจอย่างมาก เพราะใช้ชีวิตร่วมกันมานานถึง 30 ปี และไม่เคยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ให้เพื่อนในวงการรับรู้มากนัก พร้อมเผยว่า เงินที่สามีเคยให้เป็นค่าใช้จ่ายและดูแลครอบครัวนั้น เธอเลือกบริหารจัดการเป็นรายปี และยืนยันว่าไม่ได้ต้องการกอบโกยทรัพย์สิน ขณะที่ปีนี้เงินส่วนดังกล่าวถูกตัดออกพร้อมกับการไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าบ้าน
ท้ายที่สุด จอยฝากข้อความถึงสามีว่า เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรัก และต้องการให้ความสัมพันธ์จบลงอย่างมีความสุขเหมือนวันที่เริ่มต้น พร้อมขอความกรุณาจากผู้ที่เกี่ยวข้องให้เปิดโอกาสให้เธอได้พบและดูแลสามีอีกครั้ง โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายหรือสร้างปัญหา เพียงต้องการทำหน้าที่ภรรยาและดูแลเขาให้ดีที่สุดตราบเท่าที่มีโอกาส