ชาคริต เล่านาทีบีบหัวใจ น้องโพธิ์ ป่วยหนัก 3 โรค เผยอาการล่าสุดต้องดูแลยาว 5 ปี
ชาคริต เล่านาทีบีบหัวใจ น้องโพธิ์ ป่วยหนัก 3 โรค เผยอาการล่าสุดต้องดูแลยาว 5 ปี
ข่าวบันเทิง

ชาคริต เล่านาทีบีบหัวใจ น้องโพธิ์ ป่วยหนัก 3 โรค เผยอาการล่าสุดต้องดูแลยาว 5 ปี

ฟังข่าวนี้

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดหวั่นให้คนเป็นพ่อแม่ไม่น้อย สำหรับ “ชาคริต แย้มนาม” และ “แอน ภัททิรา” หลัง “น้องโพธิ์” ลูกชายสุดรัก ป่วยด้วยโรคคาวาซากิ ก่อนพบภาวะอักเสบรุนแรงหลายระบบ หรือ MIS-C จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ น้องโพธิ์มีอาการไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองบวม ตาแดง ปากแตก มีผื่นขึ้นตามตัว รวมถึงมือและเท้าลอกอย่างหนัก โดยอาการรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวตัดสินใจนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ล่าสุด “ชาคริต” มาร่วมงาน “GALA PREMIERE คำสารภาพของหมอผี” ณ PARADE SQUARE ชั้น G ศูนย์การค้า ONE BANGKOK พร้อมเปิดใจอัปเดตอาการของลูกชายว่า ช่วงแรกน้องโพธิ์มีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมอยู่ประมาณ 2 วัน แม้จะดูแลเบื้องต้นตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ไข้ยังไม่ลดลง แถมเริ่มมีอาการตาแดงและมีไข้สูง จึงตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลทันที

เมื่อถึงโรงพยาบาล อาการของน้องโพธิ์กลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนตรวจพบการติดเชื้อไมโคพลาสมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

ชาคริตเล่าว่า แพทย์อธิบายให้ครอบครัวเข้าใจง่าย ๆ ว่า น้องโพธิ์เป็นเด็กที่แข็งแรงมาก ทำให้ภูมิคุ้มกันพยายามต่อสู้และกำจัดเชื้อโรคอย่างเต็มที่ เปรียบเหมือน “แพ็กแมน” ที่พยายามกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ แต่เมื่อภูมิคุ้มกันทำงานหนักเกินไปจนไม่สามารถหยุดได้ ก็อาจย้อนกลับมาทำลายร่างกายตัวเอง จนนำไปสู่ภาวะคาวาซากิ และเกิดการอักเสบในหลายระบบของร่างกายจนพัฒนาเป็นภาวะ MIS-C

จากการตรวจอย่างละเอียด แพทย์พบความผิดปกติหลายด้าน โดยค่าตับอักเสบพุ่งสูงเกิน 1,000 จากค่าปกติที่อยู่ราว 40 ขณะที่เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นไปถึงประมาณ 500,000 จากค่าปกติราว 200,000 นอกจากนี้ยังพบลิ้นหัวใจรั่ว 3 จุด แบ่งเป็นด้านซ้าย 2 จุด และด้านขวา 1 จุด รวมถึงเส้นเลือดใหญ่ที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายมีการขยายตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกัน น้องโพธิ์ยังมีไข้สูงลอยถึง 41.5 องศาเซลเซียส ทำให้พยาบาลต้องคอยเช็ดตัวลดไข้ทุก 15–30 นาที ความร้อนในร่างกายยังส่งผลให้เส้นเลือดฝอยแตก จนเมื่อล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก็พบว่ามีเลือดไหลซึมออกมา รวมถึงมีอาการตาแดง ปากแตก มีผื่น ต่อมน้ำเหลืองบวม และมือเท้าลอกอย่างรุนแรง

ชาคริตเผยว่า โรคกลุ่มนี้มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยควรได้รับการรักษาภายใน 10 วัน และช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือไม่เกิน 7 วัน ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ผลตรวจสามารถระบุโรคได้ในวันที่ 7 ทำให้แพทย์สามารถวางแนวทางการรักษาได้อย่างทันท่วงที

น้องโพธิ์ได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ ควบคู่กับการเพิ่มภูมิคุ้มกันผ่านทางสายน้ำเกลือ โดยต้องให้ยาต่อเนื่องข้ามคืนนานกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนที่ไข้จะค่อย ๆ ลดลง และสภาพร่างกายเริ่มฟื้นตัว

ด้านสภาพจิตใจ ชาคริตยอมรับว่า ช่วงเวลา 7–10 วันที่ผ่านมา เป็นช่วงที่หวาดเสียวและยากลำบากมาก แต่พยายามตั้งสติและทำตัวให้เป็นปกติต่อหน้าลูก เพื่อไม่ให้น้องโพธิ์รู้สึกกลัวหรือกังวล ขณะที่ลูกชายเองก็มีจิตใจที่เข้มแข็งและพยายามต่อสู้กับอาการป่วย แม้จะต้องเผชิญกับไข้สูงและความทรมานตลอดช่วงการรักษา

ช่วงเวลาดังกล่าวยังตรงกับช่วงที่ครอบครัวมีภารกิจหลายอย่าง ทั้งงานถ่ายรายการและงานบูธขายทุเรียน ซึ่งเป็นบูธสุดท้ายของปี ทำให้ชาคริต แอน และทีมงานต้องช่วยกันสลับหน้าที่ ทั้งดูแลงานและเฝ้าดูลูกชายที่โรงพยาบาลไปพร้อมกัน

ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อไมโคพลาสมา แพทย์ระบุว่าไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าได้รับเชื้อมาจากที่ใด เพราะเชื้ออาจปะปนอยู่ในอากาศหรือสัมผัสจากผู้คนในชีวิตประจำวัน อีกทั้งในช่วงที่ร่างกายอ่อนล้าหรือภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง เชื้อก็อาจฟักตัวและก่อให้เกิดอาการได้ โดยแพทย์แนะนำครอบครัวว่าไม่ควรไปกังวลกับการหาต้นตอของเชื้อ แต่ควรดีใจที่สามารถตรวจพบและรักษาได้ทันเวลา

ล่าสุด หลังออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการของน้องโพธิ์ดีขึ้นประมาณ 80% ค่าตับและค่าการอักเสบในเลือดลดลงจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ลิ้นหัวใจรั่วด้านขวา 1 จุด เริ่มปิดลงแล้ว ส่วนด้านซ้ายอีก 2 จุดยังมีรอยรั่วและอยู่ระหว่างรอการฟื้นตัว

สำหรับเส้นเลือดที่ขยายตัว แพทย์ประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1–2 เดือนในการฟื้นตัว ส่วนผิวหนังบริเวณมือและเท้าที่เคยลอกอย่างหนัก เริ่มมีเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนแล้ว ขณะที่ต่อมน้ำเหลืองก็ยุบลงจนเกือบเป็นปกติ

ในระยะยาว แพทย์จะนัดติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงแรกจะมีการ Follow-up ทุก 2 เดือน เพื่อติดตามการฟื้นตัวของลิ้นหัวใจและเส้นเลือด หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน น้องโพธิ์จะต้องตรวจเช็กหัวใจอย่างละเอียดปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ตาม แพทย์อนุญาตให้น้องโพธิ์กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งการเล่นกีฬาและว่ายน้ำ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี เพียงแต่ครอบครัวจะต้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ และหากเริ่มมีอาการเหนื่อยหรืออ่อนล้า ก็ต้องให้หยุดพักทันที

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่หนักหนาสำหรับครอบครัว แต่ก็ถือเป็นความโชคดีที่น้องโพธิ์ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จนขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ