ฟังแล้วใจหาย! เปิดคำพูดสุดท้าย ชาคริต อาลัยถึง เร แม๊คโดแนลด์ เผยสิ่งที่เพื่อนทิ้งไว้ให้ทุกคน
ฟังแล้วใจหาย! เปิดคำพูดสุดท้าย ชาคริต อาลัยถึง เร แม๊คโดแนลด์ เผยสิ่งที่เพื่อนทิ้งไว้ให้ทุกคน
ข่าวบันเทิง

ฟังแล้วใจหาย! เปิดคำพูดสุดท้าย ชาคริต อาลัยถึง เร แม๊คโดแนลด์ เผยสิ่งที่เพื่อนทิ้งไว้ให้ทุกคน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่เมรุวัดยาง พระอารามหลวง กรุงเทพฯ ครอบครัว เพื่อนสนิท คนในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับจำนวนมาก เดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่ง เร แม๊คโดแนลด์ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเข้าสู่พิธีฌาปนกิจในช่วงเย็น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า

ในช่วงก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจ ชาคริต แย้มนาม เพื่อนสนิทที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกันมานานกว่า 40 ปี ได้ขึ้นกล่าวไว้อาลัยถึง เร เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมย้อนเล่าถึงมิตรภาพและความผูกพันที่มีร่วมกันมาตลอดชีวิต โดยระบุว่า

หลายๆ คนอาจจะรู้จักเพื่อนผมในบทบาทพิธีกร นักแสดง นักเดินทาง หรือหัวหน้าเผ่าของแก๊งเร่ร่อน แต่สำหรับผมครั้งแรกที่ได้รู้จักกับเขา คือคำว่าเพื่อน ผมไม่แน่ใจว่าผมกับเรเป็นเพื่อนคนแรกของกันและกันรึเปล่า ตั้งแต่จำความได้ก็มีเขาอยู่ในชีวิตมาโดยตลอด เรา 2 คนโตมาด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน จนหลายๆ คนบอกว่า เด็กสองคนนี้มันเป็นพี่น้องกันรึเปล่า ใช่ เรเหมือนพ่อ ส่วนผมก็เหมือนแม่ เรามีกันมาตลอดทั้งชีวิต รักกัน ตีกัน ทะเลาะกัน เดี๋ยวเรก็กลับมาคืนดีกัน มีทั้งเสียงหัวเราะ มีทั้งน้ำตา ไม่ว่าจะสมหวังหรือทุกข์ เราก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด

เราเริ่มจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน ยังเคยมีคำพูดด้วยกันเล่นๆ เลยว่า เฮ้ย นี่เราเพื่อนน้อยจังวะ สงสัยเราไม่ค่อยคบใคร ไม่มีใครคบ แต่ว่าไม่จริงนะครับ เพราะตลอดการเดินทางการเติบโตชีวิตพวกเรา เราได้สั่งสมมิตรภาพและเพื่อนแท้ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ที่นี่ ผมเชื่อว่าทุกคนจะมีเรในเวอร์ชันของตัวเอง

และมีสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกคนจะสัมผัสได้ เพราะผมสัมผัสมาตลอดชีวิต เวลาที่เราอยู่ใกล้ๆ กัน นั่นคือความสบายใจ การที่เราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เรเขาเหมือนมีพลังวิเศษบางอย่าง เขาไม่เคยต้องทำตัวให้เด่นที่สุดในห้อง แค่เรเป็นเร เขาสามารถดึงหลายๆ สิ่งออกมาจากตัวเราได้ ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในตัวเราออกมาได้ นั่นคือพาวเวอร์ของเขา เขาทำให้เรายิ้ม

สำหรับผมกับการที่โตมากับเขาในเวลา 40 กว่าปี จนต่างคนต่างมีครอบครัว อาจจะไม่ได้เจอกันบ้าง นานๆ จะได้คุยกันที แต่เราจะส่งของหากัน ปีหนึ่งบางครั้งอาจจะได้เจอกันรอบสองรอบ แต่ทุกครั้งที่เจอกันมันเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวาน ไม่เคยรู้สึกว่ามันห่างกัน เราจะกลับกลายเป็นเด็กคนนั้นทีคนนี้ที มีเสียงหัวเราะ มีความกวนตีนใส่กัน พูดถึงเรื่องไร้สาระ โดยที่เราปลดปล่อยความเครียดรอบตัวออกไปได้

ผมเชื่อว่าเรไม่ได้มอบความรู้สึกแบบนี้ให้กับผมคนเดียว ผมเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะรู้จักเพื่อนผมในฐานะเพื่อน พี่ น้อง เพื่อนร่วมงาน เรจะสามารถทำให้พวกเรามีความรู้สึกที่ดีได้เสมอ

และอีกบทบาทหนึ่งถือว่าเราทุกคนโชคดีนะครับที่เราได้เห็น นั่นคือบทบาทของความเป็นพ่อ จริงๆ ผมก็อยู่ตั้งแต่ Day1 ที่เรเขาจีบแหม่ม ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ด้วยสไตล์เขาที่บอกว่า "เฮ้ย กูชอบคนโน้นว่ะ" และมันก็ไปจีบของมันมาได้ และเป็นคู่ชีวิตกัน แต่ก่อนที่จะมีมิก้า เรกับแหม่มเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ตลอด เพราะธรรมชาติของเรเป็นคนที่ติดบ้าน ติดครอบครัว ติดภรรยา ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และเขาจะมีความเป็นตัวเองของเขาอยู่เสมอ จนกระทั่งวันที่มีมิก้า เขาได้เปลี่ยนแนวคิดของเขาไป ไปในหลายรูปแบบ

ดูได้จากที่เขาเดินทางไปรอบโลก หาประสบการณ์ ไปเปิดโลกกว้างอยู่เสมอ เขากลับมีความต้องการและอยากเดินทางใกล้ครอบครัวมากขึ้น กับการที่จะค้นหาความลึกซึ้งของเมืองไทยให้มากขึ้น เพื่อนผมนี่เป็นพ่อสไตล์ที่มีพลังเยอะมากเวลาที่เขาเล่นกับมิก้า ไม่ใช่ว่าเรเหนื่อยแล้วมาบอกว่า มิก้าเอาเถอะลูก พ่อเหนื่อยแล้ว แต่เป็นมิก้าต่างหากที่เหนื่อยก่อน

เรเขามีความตั้งใจนะครับให้มิก้าเติบโตมาเป็นคนที่ดี เป็นคนไทย เป็นเด็กที่มีความคิด มีสัมมาคารวะ เขาได้วางแผนหลายๆ อย่างให้กับครอบครัว และสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเขาทำในสิ่งที่เราเองก็ไม่คาดคิดไว้เหมือนกัน ก็คือ การปลูกต้นไม้ ก็คือต้นสัก เรเอามาปลูก เพราะคิดว่าวันหนึ่งมิก้าจะโตขึ้น ต้นไม้พวกนี้ก็จะงอกเงย และเป็นประโยชน์ต่อมิก้าในวันข้างหน้า

อย่างที่บอกนะครับว่าเรเขาได้วางแผนเอาไว้แล้ว และแน่นอนเขาต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้กับครอบครัวเขา ไว้ให้ลูกชายคนเดียวของเขา และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งมุมเล็กๆ ที่เราจะสามารถบอกเล่าได้ถึงผู้ชายคนนี้ที่ชื่อว่า เร แม๊คโดแนลด์ ขอบคุณครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ