ทำเอาแฟน ๆ เป็นห่วงไม่น้อย หลัง น้องโพธิ์ ลูกชายของ ชาคริต แย้มนาม และ แอน ภัททิรา ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการป่วยหนัก โดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยพร้อมกันถึง 3 โรค ได้แก่ หลอดลมอักเสบจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma), โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) และ ภาวะ MIS-C ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ไม่บ่อยในเด็ก โดยปัจจุบันอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ช่อง TikTok "อย่ามาหาหมอ" ได้เผยคลิปที่ แอน ภัททิรา ออกมาเล่าประสบการณ์การรักษาลูกชาย เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการของบุตรหลาน
แอนเล่าว่า จุดเริ่มต้นของอาการเกิดขึ้นเมื่อน้องโพธิ์บ่นว่าเจ็บคอ คล้ายอาการนอนตกหมอน เมื่อลองคลำพบว่าต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโตขึ้น และเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ จึงให้ยาลดไข้และเฝ้าสังเกตอาการ โดยตั้งใจว่าหากไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน จะพาไปพบแพทย์

แต่ในช่วงเย็นหลังจากน้องตื่นนอน กลับมีอาการซึม งัวเงีย ไม่ค่อยรู้สึกตัว อีกทั้งดวงตาแดงผิดปกติและมีไข้สูง ทำให้ครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
ในระยะแรก แพทย์ตรวจพบว่าต่อมน้ำเหลืองโต และให้ยาลดไข้ร่วมกับยาแก้อักเสบ ก่อนตรวจเลือดจนพบว่าติดเชื้อไมโคพลาสมา อย่างไรก็ตาม แม้ได้รับการรักษาแล้ว ไข้ก็ยังไม่ลดลง ทำให้ครอบครัวตัดสินใจย้ายโรงพยาบาลเพื่อรับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง

เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งใหม่ แพทย์ตรวจพบว่าน้องโพธิ์เป็น โรคคาวาซากิ และหลังตรวจเลือดเพิ่มเติม ยังเข้าเกณฑ์ภาวะ MIS-C ส่งผลให้แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยพร้อมกันถึง 3 โรค ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไข้สูงต่อเนื่อง โดยช่วงหนึ่งอุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงถึง 41 องศาเซลเซียส
จากการตรวจหัวใจด้วยเครื่อง Echo แพทย์ยังพบภาวะ ลิ้นหัวใจรั่ว โดยลิ้นหัวใจด้านซ้ายรั่ว 2 จุด และด้านขวาอีก 1 จุด สร้างความตกใจให้กับครอบครัว เนื่องจากโรคคาวาซากิสามารถส่งผลกระทบต่อหัวใจและหลอดเลือดได้

หลังจากนั้นทีมแพทย์ได้ให้การรักษาด้วย IVIG (Intravenous Immunoglobulin) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงในการให้ยา หลังการรักษาอาการของน้องเริ่มดีขึ้น ไข้ลดลงและพ้นจากภาวะวิกฤต แม้แพทย์จะย้ำว่ายังคงต้องติดตามอาการในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
แอนยังเผยอีกว่า ช่วงแรกผลเลือดของน้องผิดปกติหลายค่า ทั้งค่าการอักเสบ ค่าตับ เกล็ดเลือด รวมถึงเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว แต่หลังได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ค่าต่าง ๆ เริ่มดีขึ้นตามลำดับ
พร้อมกันนี้ แอนฝากถึงผู้ปกครองทุกคนว่า หากลูกมีอาการ ต่อมน้ำเหลืองโต ตาแดง ไข้สูงเกิน 39 องศา และไข้ไม่ลดแม้รับประทานยา ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ เธอยังเผยว่า ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าโรคคาวาซากิพบได้เฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี แต่กรณีของน้องโพธิ์ซึ่งมีอายุ 8 ปี แสดงให้เห็นว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน จึงอยากให้ผู้ปกครองทุกคนอย่านิ่งนอนใจ หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด