จากกรณี ศาลแขวงพระนครใต้ มีรายงานว่า ปู มัณฑนา ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ในข้อหาฉ้อโกงและความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค โดยไม่รอลงอาญา เบื้องต้นทราบว่าทางคู่กรณีอาจมีการยื่นอุทธรณ์และขอประกันตัว หากไม่มีการยื่นประกันตัว จะถูกนำตัวไปฝากขังทันที
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาให้จำคุก ปู มัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี และปรับ 60,000 บาท ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีกล่าวพาดพิง ลูกหมี รัศมี ว่ามีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้
ล่าสุด วันที่ 22 เมษายน 2569 ด้าน ลูกหมี รัศมี เปิดใจหลังฟังคำพิพากษา ระบุว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ชนะคดี หากอีกฝ่ายได้รับการประกันตัวก็เป็นดุลยพินิจของศาล ส่วนตัวจะใช้ชีวิตตามปกติ และยังคงดำเนินคดีอื่น ๆ ต่อไป หากยังมีการโพสต์ข้อความกล่าวหาหรือหมิ่นประมาท รวมถึงการนำรูปของตนหรือทนายไปใช้ ก็จะดำเนินการฟ้องร้องเพิ่มเติม เพราะต้องการให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยย้ำว่าคนที่กระทำผิดควรได้รับโทษ
ลูกหมียังกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้รอคำพิพากษามานาน เนื่องจากศาลเลื่อนคดีมาตั้งแต่เดือนมีนาคม แม้ผลจะออกมาอย่างไร ก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อน แต่การได้เห็นคดีจบลงทีละเรื่องทำให้รู้สึกโล่งใจ พร้อมยืนยันว่ามั่นใจในความถูกต้องของตนเองมาตลอด และลุ้นเพียงระยะเวลาของโทษจำคุก
นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า ได้พบหน้าคู่กรณีในศาล โดยทุกครั้ง ปู มัณฑนา มักขอให้ตนและเพื่อนออกจากห้องพิจารณาคดี รวมถึงครั้งนี้ด้วย พร้อมสังเกตว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์ค่อนข้างตึงเครียดและสีหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ในประเด็นเรื่องเงินคืน ลูกหมียอมรับว่าไม่ได้คาดหวังมากนัก เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่การชนะคดีถือเป็นความสำเร็จที่รอคอย อีกทั้งยังมีคดีแพ่งที่ศาลตัดสินให้ได้รับเงิน 1.7 ล้านบาท โดยยืนยันว่าจะใช้ชีวิตและทำงานตามปกติ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนที่สนับสนุนตลอดมา
กรณีที่คู่กรณีร้องไห้ ลูกหมีระบุว่าไม่ได้มีผลต่อความรู้สึก เพราะอีกฝ่ายร้องไห้ทุกครั้งในศาล พร้อมย้ำว่าหากมีการคืนเงิน ก็พร้อมถอนฟ้องในทุกคดี
ท้ายที่สุด ลูกหมียังฝากถึงคู่กรณีว่า ควรมีสติและยอมรับความผิด เพราะยังมีอีกหลายคดีที่รออยู่ หากไม่ปรับพฤติกรรม ชีวิตอาจยิ่งแย่ลง โดยมองว่าจิตสำนึกเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในสังคม
ด้าน ทนายกุ้ง ระบุเพิ่มเติมว่า หากหยุดการโพสต์หรือพาดพิงผู้อื่นผ่านโซเชียล จะช่วยลดปัญหาคดีความได้ เพราะหลายกรณีเกิดจากการกระทำของตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหา