จากกรณีอดีตคู่รักชื่อดัง แพรวพราว แสงทอง และ บิ๊ก ธิติวุฒิ หรือ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ที่มีข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินในจังหวัดยโสธร หลังฝ่ายหญิงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องฝ่ายชาย จนกลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด วันที่ 30 มกราคม 2569 บิ๊ก ธิติวุฒิ หรือ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ได้ออกมาเปิดเผยผลคำพิพากษาของศาล โดยศาลมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ และตัดสินให้บิ๊กเป็นฝ่ายชนะคดี
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า บิ๊กเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ต้น พร้อมมีคำสั่งให้แพรวพราว แสงทอง ออกจากที่ดินที่มีข้อพิพาท และขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่จำเลย และให้บิ๊กเป็นผู้ชำระเงินค่าบ้านตามราคาสภาพให้กับโจทก์ โดยไม่อนุญาตให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่ให้จ่ายเงินทดแทนแทนการรื้อถอน
ก่อนหน้านี้ แพรวพราวได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ระบุว่าไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกมาอย่างไร จะเคารพการตัดสินของศาล และหากแพ้คดีจะไม่ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้ออีกต่อไป ต้องการให้ทุกอย่างจบลงเพื่อเดินหน้าชีวิต

ภายหลังศาลมีคำพิพากษา แพรวพราวได้โพสต์ข้อความยอมรับผลการตัดสิน ระบุว่า หนูทำเต็มที่แล้ว ไม่โทษใคร โทษตัวเราเอง บทเรียนครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ด้านบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ได้ไลฟ์สดเปิดใจหลังทราบผลคดี พร้อมกล่าวขอบคุณที่ฟ้ามีตา โดยยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร และจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ของตนเองตามกฎหมาย
บิ๊กเผยว่า ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ และสั่งให้ขับไล่โจทก์รวมถึงบุคลากรออกจากพื้นที่ พร้อมส่งมอบโฉนดคืนให้กับตน ซึ่งตนต้องชำระเงินค่าบ้านให้กับฝ่ายโจทก์ตามราคาสภาพ และไม่ให้มีการรื้อถอน
บิ๊กยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นชื่อของตนอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มซื้อขาย และที่ผ่านมาไม่เคยเป็นฝ่ายไปฟ้องใคร พร้อมยืนยันว่าหากตนเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นจริง คงไม่สามารถยืนอยู่ในจุดนี้ได้

พร้อมกันนี้ บิ๊กเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจซื้อบ้านและที่ดินดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประเมินมูลค่าเบื้องต้นไว้ประมาณ 50 ล้านบาท
ช่วงหนึ่งของการไลฟ์ บิ๊กถึงกับหลั่งน้ำตา ยอมรับว่า 1 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วง ต้องอดทนและต่อสู้กับหลายเรื่อง กว่าจะกลับมาสร้างตัวใหม่ มีบ้าน มีรถ และมีทุกอย่างที่เคยสูญเสียไป
ท้ายที่สุด บิ๊กยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิ์ในการดูแลลูกทั้งสองคนต่อไป โดยเชื่อว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และพร้อมทำทุกทางเพื่อให้ลูกได้มาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย