นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย “บ้านคนละหลัง PLUS” ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีประชาชนลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อรับรหัสยื่นขอสินเชื่อแล้ว 11,430 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 34,290 ล้านบาท หรือ 68% ของกรอบวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท สะท้อนความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทได้ ภายใต้เงื่อนไขสินเชื่อที่ผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกเริ่มต้น 2.60–2.80% ต่อปี ตามกลุ่มคุณสมบัติผู้กู้ และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ทั้งนี้ กรณีกู้วงเงิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระงวดเริ่มต้นเพียง เดือนละ 3,600 บาท
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน ตลอดจนสินค้าและบริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานมอบสินเชื่อโครงการบ้านคนละหลัง PLUS ให้แก่ลูกค้า ธอส. ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว ระหว่างการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ณ จังหวัดอุดรธานี สะท้อนการขับเคลื่อนมาตรการจากนโยบายไปสู่ประชาชนที่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
“รัฐบาลมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านภาระทางการเงิน และเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง”
สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน GHB Buddy เพื่อรับรหัส จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ ก่อนนำรหัสไปยื่นขอสินเชื่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000
วัตถุประสงค์การยื่นกู้
1.เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด
2.เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร
3.เพื่อปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของรัฐ*
4.เพื่อซื้ออาคาร หรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ*
5.เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัย
หมายเหตุ : นิยามคำว่า “อาคาร” หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัย ยกเว้น บ้านเช่าและแฟลต
* กรณีกู้เพื่อปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของรัฐ และซื้ออาคารหรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ เป็นการดำเนินการจัดทำโครงการโดยผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐหรือเอกชนเท่านั้น ซึ่งจะต้องเสนอขออนุมัติเปิดรับสินเชื่อเป็นรายโครงการต่อไป
วงเงิน
วงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3,000,000 บาท (ราคาตามสัญญาจะซื้อจะขาย และ/หรือค่าก่อสร้างไม่เกิน 3,000,000 บาท ) ทั้งนี้ กรณีกู้เพื่อที่อยู่อาศัยพร้อมกับกู้ซื้ออุปกรณ์ฯ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3,300,000 บาท
ระยะเวลากู้
ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น ข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
ประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาซื้อขายไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อหน่วย
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ